รีวิว นาคี ๒ : CGI คือความดีงามที่สุดของหนัง

นับว่าเป็นภาพยนตร์ไทยที่ถูกจับตามองมาที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับ นาคี ๒ ที่ผู้กำกับมากฝีมือ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ได้นำมาสานต่อเรื่องราวความรัก ความเชื่อ และความศรัทธาในพญานาคจากละครที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองมาสู่เวอร์ชั่นภาพยนตร์ จึงเป็นที่คาดหวังไว้ค่อนข้างสูงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์นั้นจะต้องออกมาดีและสนุกไม่แพ้เวอร์ชั่นละคร ซึ่งได้เพิ่มพระ-นางคู่ใหม่มาดำเนินเรื่อง คือ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา แต่ก็ยังคงมีคู่เก่าของเจ้าแม่นาคี แต้ว ณฐพร และคุณทศพล เคน ภูภูมิ มาร่วมแสดงเหมือนเดิม

นาคี ๒ ว่าด้วยเรื่องราวของ สร้อย สาวดอนไม้ป่า ผู้เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี เธอช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ และคอยดูแลเทวาลัยแห่งนี้ สร้อยจึงมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่ ร.ต.อ.ป้องปราบ ถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นอย่างมากมาย โดยหลายคดีเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และมีเงื่อนงำที่คลี่คลายไม่ได้

โดยชาวบ้านต่างปักใจว่าเป็นฝีมือของ เจ้าแม่นาคี ที่กำลังออกอาละวาดอีกครั้งและเหตุการณ์ยิ่งพาให้ชาวบ้านต่างแน่ใจว่า สร้อย เป็นร่างประทับของเจ้าแม่นาคี แม้แต่ตัวสารวัตรป้องปราบเองซึ่งไม่เคยเชื่อในเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ ยังลังเลต่อคำกล่าวหาที่สร้อยได้รับ จนทำให้เขาต้องค้นหาความจริงเบื้องหลังคดีลึกลับในดอนไม้ป่าแห่งนี้

ต้องขอบอกออกมาจากใจผู้เขียนในฐานะคนอีสานและแฟนละคร+นวนิยาย ซึ่งมีความคาดหวังกับ นาคี เวอร์ชั่นภาพยนตร์เป็นอย่างมาก เมื่อได้เข้าไปดูหนังจนจบ รู้ได้เลยว่าผู้สร้างมีความตั้งใจที่จะทำออกมาให้ดีที่สุดภายใต้ระยะเวลาอันจำกัด แน่นอนว่าในส่วนของพล็อตเรื่องนั้นสู้เวอร์ชั่นละครไม่ได้เลย เพราะเรื่องราวมันแทบไม่มีอะไรให้น่าติดตามมากนัก แต่ด้วยภาพยนตร์มีวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจจึงทำออกมาได้น่าติดตาม

แม้ในช่วงแรกอาจจะมีช่วงอืด เฉื่อย เนือย ประหนึ่งอยู่ในละคร แต่ด้วยงานภาพที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ ทำให้เราได้เพลิดเพลินได้พอสมควร และสิ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดใน นาคี ๒ ก็คืองาน CGI ของตัวพญานาคที่อยู่ในตอนท้ายๆ เรื่อง บอกได้เลยว่าสุดยอดมาก ถือเป็นการยกระดับโปรดักชั่นงานสร้างของวงการภาพยนตร์ไทยเทียบเท่าฮอลลิวูดเลยทีเดียว ด้วยอารมณ์และลักษณะท่าทางการขยับตัวของพญานาคนั้นทำออกมาได้สมจริง ดุเดือด ประกอบกับการแสดงอารมณ์ร่วมของ เจ้าแม่นาคี รับบทโดย แต้ว ณฐพร ที่แม้จะออกมาน้อยแต่ทรงพลังมาก และสกอร์หนังที่ใส่ความเป็นอีสานออกมาได้อย่างน่าปรบมือ และยกให้ในส่วนนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ (ขนลุกมาก!)

ในส่วนของนักแสดงก็ถ่ายทอดบทบาทขอตัวเองออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและค่อนข้างเหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะการรับบทเป็นอีสานของนางเอก ญาญ่า อุรัสยา แม้จะติดในเรื่องเสียงสูงเสียงต่ำไปในบางช่วง แต่ก็ถือว่าสอบผ่านพูดภาษาอีสานได้ดีทีเดียว ส่วนตัวละครอื่นๆ เช่น สารวัตรป้องปราบ รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ ก็ถือว่าธรรมดา ไม่ได้มีความพิเศษมากนัก แต่ที่ทำเอาเซอร์ไพรส์ไปนอกเหนือจากการแสดงของนางเอกนั้นก็คือ ตัวละครของลำเจียก รับบทโดย อุ้ม ลักขณา ซึ่งถ้าใครติดตามมาตั้งแต่ที่เป็นละครก็จะทราบว่าเธอยังไม่ตาย และแน่นอนเธอได้มามีบทบาทสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์เรื่อง ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นต้องไปติดตามกันในภาพยนตร์ เชื่อว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

โดยรวมแล้วถือว่า นาคี ๒ ทำทุกอย่างออกมาได้ดี (ยกเว้นพล็อตเรื่องที่แทบไม่มีอะไรเลย) เทียบเท่ามาตรฐานงานสร้างของฝั่งฮอลลิวูดได้เลย อาจจะมีข้อบกพร่องในเรื่องคอสตูมที่ไม่ค่อยสมจริงของนักแสดงที่ผู้สร้างได้ออกมาบอกเองเรื่องราวอยู่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งหากเป็นคนอีสานจริงๆ หรือไม่ใช่คนคนอีสานก็ตามจะทราบว่าในชีวิตจริงคงไม่มีชาวบ้านคนไหนจะใส่เสื้อมอฮ่อมนุ่งผ้าถุงหรือผ้าฝ้ายพื้นเมืองได้ตลอดเวลาเหมือนในเรื่อง แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าต้องการเซ็ตให้รู้ว่าตัวละครเหล่านี้อยู่ในภาคอีสาน และแน่นอนว่าอย่างที่บอก งาน CGI ของตัวพญานาคในเรื่องคือสิ่งที่ดีที่สุดของ นาคี ๒ ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง…

Midnight In Paris : อดีต ความงาม และความถวิลหา

Midnight In Paris ผลงานการกำกับของ วู้ดดี้ อัลเลน ผู้กำกับมากฝีมือ
ที่เราคงรู้จักกันมาดีจากหนังดราม่าหลายๆ เรื่องทั้ง Annie Hall , Manhattan หรือ
Vicky Cristina Barcelona ที่เรื่องนี้มาในแนวคอมเมดี้ ดราม่า
ที่ถ่ายทอดความสวยงามของ ปารีส ออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ และน่าค้นหามากๆ
Midnight In Paris เป็นเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังจะแต่งงานกัน
ได้บินมาปารีสพร้อมกับครอบครัวของฝ่ายหญิงด้วยเหตุผลทางธุรกิจ
แต่การมาปารีสครั้งนี้ ไม่มีใครคิดว่าจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไป
ชายหนุ่ม ผู้เป็นนักเขียน รักในศิลปะ
และจำต้องใช้เวลาส่วนตัวและความเงียบในการแต่งผลงาน กับ หญิงสาว
ทีผู้ชอบเข้าสังคมและรักปาร์ตี้ แถมยังไม่ค่อยชอบศิลปะนัก
โดยมีตัวแปรที่เป็นหญิงสาวอีกคนที่รักในงานศิลปะ และดูจะเข้ากันกับเขามากกว่า
และเพื่อนใหม่แปลกหน้าที่มาพร้อมกับมิตรภาพที่พยายามจะผลักดันให้งานเขียนของเข
าเป็นที่รู้จัก รวมทั้งยังคอยให้กำลังใจกับงานเขียนที่ดูจะไม่เป็นตามที่พูดเท่าไหร่
จนกระทั่งเขาได้นั่งแท็กซี่ประหลาดคันนึงตอนเที่ยงคืน
และรู้ตัวอีกทีก็ไปอยู่ในอดีตที่มีแต่ นักดนตรี และ นักกวี ที่เขาชื่นชอบ
ผู้กำกับ วู้ดดี้ อัลเลน สามารถผสมผสานความเป็นดราม่าแบบเบาสมองและความตลก
แบบน่ารักออกมาได้อย่างลงตัว ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่อินกับ ศิลปะ กวี
หรือศิลปินในสมัยก่อน จะต้องชอบหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน
เพราะมันเต็มไปด้วยมุขตลกเฮฮา เกี่ยวกับ ช่างวาดภาพ ไม่ว่าจะเป็น ปิกัสโซ่
หรือแม้แต่นักดนตรีมากมาย ที่ถ้าคุณชอบผลงานของบุคคลเหล่านี้ด้วยแล้ว
จะยิ่งอินและสนุกกับหนังเรื่องนี้อย่างมาก
นอกจากนี้ Midnight In Paris ยังได้สอดแทรกข้อคิดดีๆ
โดยเฉพาะประเด็นเรื่องราวของกาลเวลา อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ไว้มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นที่ว่าเราไม่ควรมองข้ามสิ่งที่มีอยู่จริงที่เรียกว่า “ปัจจุบัน”
ในตอนนี้เราอาจจะคิดว่าปัจจุบันมันห่วย มันแย่ แต่หารู้ไม่ว่าในอนาคตของเรานั้น
อาจจะมีคนบางคนโหยหาความรู้สึกแบบนี้บ้างก็เป็นได้ เช่น ตัวละคร กิล เพ็นเดอร์
ที่ต้องการโหยหาความสวยงามในอดีต แต่หารู้ไม่ว่าบุคคลในอดีตอย่าง เอเดรียอาน่า
ที่อยู่ในยุคอดีตที่เราต้องการนั้น ยังต้องการไปอยู่ในยุคที่เป็นอดีตมากกว่านั้นเสียอีก
ทั้งที่เธออยู่ในช่วงยุคอดีตที่เราคิดว่ามันสวยงาม มันดี อยู่แล้ว
นอกจากการเล่นกับช่วงเวลาแล้ว ผู้กำกับ วู้ดดี้ อัลเลน
ยังถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ออกมาได้อย่างสวยงาม และมีเสน่ห์อีกด้วย
นอกจากนี้การแสดงของดาราสาวสวยอย่าง มาริยงค์ โกติยาร์ด

ที่พูดภาษาฝรั่งเศสได้อย่างสวยงาม ประกบกับ โอเว่น วิลสัน
ที่รับบทนำในเรื่องนี้ได้อย่างกลมกลืน
สรุปแล้ว Midnight In Paris ถือเป็นหนังดราม่า โรแมนติค คอมเมดี้
ที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างสวยงาม น่าจับตา แฝงด้วยข้อคิดมากมาย
ทั้งเรื่องราวของกาลเวลา และ ความไม่รู้จักพอของมนุษย์
ผสมผสานไปกับมุขตลกของหนัง ที่ออกมาลงตัว และดูสนุกอย่างมีสไตล์…

ภาพยนต์.อนิเมะ. รู้จัก วิน ดีเชล

สุดยอดนักเเสดงระดับโลก
วิน ดีเชล พระเอกเเเห่งยุค เกิดเมื่อวันที่ 18
กรกฎาคม ค.ศ. 1967 ที่เมืองนิวยอร์ก
เเละปัจจุบันเป็นทั้งนักแสดง
เเละผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ผู้กำกับ
และนักเขียน สำหรับ
จุดเริ่มต้นในการก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงของเขานั้นเ
กิดจากการได้มีโอกาสแสดงละครเวทีที่ Theatre for
the New City สมัยตอนที่เขามีอายุแค่ 7
ขวบเท่านั้น
ก่อนที่ในช่วงวัยรุ่นเขาจะเริ่มก้าวสู่การเป็นนักแสดงอ
ย่างเต็มตัวด้วยการรับงานแสดงมากมายหลากหลายเ
รื่องด้วยกัน เเละเขาได้มีโอกาสเข้าเรียนที่ ฮันเตอร์
คอลเลจ สาขาวิชาการเขียนสร้างสรรค์
ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นอีกอาชีพในฐานของการเป็นผู้เขี
ยนบทภาพยนตร์อย่างเต็มตัว
เขาได้ทำการสร้างภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกมีชื่อเรื่องว่
า Multi-Facial ขึ้นในปี ค.ศ. 1994
เเละก่อนที่ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จะได้รับเลือกให้ฉาย
ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปีถัดมาด้วย
เเละต่อมาก็ได้สร้างภาพยนตร์เรื่องยาวอย่าง Strays
Giant ในปี ค.ศ.1999
แนวของภาพยนตร์จะออกดราม่าสำหรับการใช้ชีวิต
ในเมืองใหญ่

โดยตัวเขาเองก็ได้เข้าแสดงนำในเรื่องด้วย
เเละความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้คือได้รับเกียรติ
ให้ไปฉายในงานเทศกาลหนังซันแดนซ์
ซึ่งนำไปสู่การเซ็นสัญญากับเอ็มทีวี
สำหรับการนำไปสร้างเป็นซีรีส์
วิน ดีเชล
ได้รับโอกาสให้แสดงภาพยนตร์ละครฟอร์มยักษ์เรื่อง
แรก คือ เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน ฝ่าสมรภูมินรก
ก่อนที่จะได้แสดงประกบคู่กับ เบ็น แอฟเฟล็ค
ในภาพยนตร์ดราม่าเรือง Boiler Room
เเละเขาจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในภาพยนตร์ร
ถแข่งอย่าง The Fast and The Furious
ทำให้เขาขึ้นแท่นกลายเป็นนักแสดงชื่อดังระดับโลก
ที่สำคัญยังทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนต
ร์ภาคต่อที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย
โดยปัจจุบันมีไปแล้วถึง 8 ภาค ซึ่งตลอดทั้ง 8 ภาค
เขาไม่ได้แสดงแค่ภาค 2 เท่านั้น ส่วนภาค 3
ก็มาเป็นตัวประกอบ ที่เหลือเขาคือตัวหลัก
นอกจากนี้ก็ยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่สร้างชื่อใ
ห้กับเขา ทั้ง XXX, XXX The Return of Xander
Cage, A man Apart, The Chronicles of Riddick,
The Chronicles of Riddick Dark Fury, The
Pacifer, Riddick, Riddick Blindsided เเละ Life is
a Dream เป็นต้น

เรื่องที่ทำให้เขาได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือบทของ
โดมินิค โทร็อตโต้ จากภาพยนตร์ภาคต่อสุดฮิตอย่าง
The Fast and The Furious
ทำให้เขากลายเป็นไอดอลของเหล่าบรรดาผู้ที่นิยมช
มชอบในกีฬารถแข่งหลายๆ คนทั่วโลก
รวมถึงยังเป็นภาพการจดจำของการเป็นนักแข่งรถขั้
นเทพด้วยใจสู้ที่ไม่ยอมแพ้อีกด้วย ชื่อของ วิน ดีเซล
ได้กลายเป็นชื่อที่ผู้ชมภาพยนตร์หลายคนรู้สึกตื่นเต้
นทุกครั้งที่หากว่าเขาได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่อ
งใดก็ตาม ความสนุกครบรสก็จะมาพร้อมอยู่เสมอ
เป็นเอกลักษณ์ของเขาไปเเล้วว่าถ้าเขาเเสดงเรื่องไห
นหนังเรื่องนั้นต้องมีความบ้าระห่ำอย่างเเน่นอน
เเละเวลานี้ต้องบอกได้เลยว่า วิน ดีเชล
กลายเป็นนักเเสดงที่เเฟนหนังทั่วโลกได้ชื่นชอบเขาเ
เละต้องการที่จะติดตามผลงานของเขาตลอดไปอาจจ
ะขึ้นเเท่นเป็นพระเอกตลอดกาลก็เป็นได้ด้วยฝีมือใน
การเเสดงที่สุดยอดจริงๆสำหรับ วิน ดีเซล…

ภาพยนต์.อนิเมะ.ตำนานพระเอกหนังไทย

ที่เคยมีผลงานสุดยอดไว้ให้คนไทย
พูดถึงพระเอกหนังไทยเเล้ว
ที่เคยเเสดงมาตั้งเเต่ในอดีตนั้นเเต่ละคนล้วนมีฝีมือการเเสดงที่ยอดเยี่ยมอ
ย่างมาก
ในอดีตที่ผ่านมามีหนังเเต่ละเรื่องนี้ได้ดึงดูดคอหนังมาดูเพียบเเละเเถมด้ว
ยมีพระเอกที่สุดหล่อของวงการมาเเสดงก็จะทำให้หนังเรื่องนั้นดังไปมากเ
ลยทีเดียว
เเละมาดูกันว่าพระเอกหนังในอดีตที่ได้ฝากผลงานไว้นั้นมีใครกันบ้าง
คนเเรกคือ มิตร ชัยบัญชา เป็นพระเอกภาพยนตร์ไทยที่มีผลงานในช่วงปี
พ.ศ. 2500 – 2513 เป็นยุคเฟื่องฟูของภาพยนตร์ 16 มม.
โดยเเสดงมาทั้งหมดมีผลงานทั้งสิ้น 266 เรื่อง ผลงานเรื่องแรกคือเรื่อง
ชาติเสือ โดยในปี พ.ศ. 2508 รับพระราชทานรางวัลดาราทอง
จากภาพยนตร์เรื่อง เงิน เงิน เงิน และ
ภาพยนตร์ซึ่งทำรายได้เป็นประวัติการณ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2513
ภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ของ รังสี ทัศนพยัคฆ์
เป็นภาพยนตร์เพลงลูกทุ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
สามารถทำรายได้มากกว่า 6 ล้านบาทและได้เข้าฉายโรงได้นานกว่า 6
เดือนในกรุงเทพเลยทีเเดียว
คนต่อมาคือ สมบัติ เมทะนี โดยสมบัติ เริ่มเข้าวงการบันเทิง
โดยแสดงละครทีวีเรื่อง หัวใจปรารถนา ได้เเสเงเป็นเรื่องแรกเมื่อ พ.ศ.
2503 คู่กับวิไลวรรณ วัฒนพานิช สมบัติแสดงละครทีวีอยู่ 4
เรื่องจึงหันไปแสดงภาพยนตร์ เรื่องแรกคือ รุ้งเพชร คู่กับ รัตนาภรณ์
อินทรกำแหงพ.ศ. 2504 สำหรับผลงานที่โดดเด่นของสมบัติ อาทิเช่น
เกียรติศักดิ์ทหารเสือ ศึกบางระจัน เเละนอกจากจะเป็นผู้แสดงแล้ว สมบัติ
ยังเคยกำกับภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น ลูกสาวกำนัน แม่แตงร่มใบ
น.ส.ลูกหว้า และเป็นนักร้อง มีผลงานอัดแผ่นเสียงด้วย
นี้คือสุดยอดพระเอกของคนไทยอีกคนหนึ่ง

พระเอกตลอดการของเมืองไทยคนต่อมาคือ กรุง ศรีวิไล
ได้เข้าสู่วงการโดยการชักนำของ ประมินทร์ จารุจารัต
เล่นหนังเรื่อง"ลูกยอด" เป็นเรื่องแรกคู่กับ เพชรา นางเอกสุดฮิตในยุคนั้น
ในปี2514 ซึ่งเป็นช่วงที่มิตรเสียชีวิตไป
ทำให้บรรดาผู้สร้างหนังต่างก็พากันปั้นพระเอกใหม่กันอย่างคึกคัก และ
กรุงก็คือหนึ่งในจำนวนนั้น ชื่อของ กรุง ศรีวิไล
เป็นชื่อพระเอกในนิยายเรื่อง ลูกยอด ของอรวรรณ
ที่ถูกนำไปใช้เป็นชื่อของพระเอกใหม่ กรุงมีผลงานต่อมาอีกหลายเรื่อง
เขาคือพระเอกหนังไทยในยุคที่เริ่มเปลี่ยนจากพระเอกหล่อ ล้ำบึก
เล่นกล้ามมาเป็นพระเอก หุ่นสะโอดสะอง
กรุงคือพระเอกยอดนิยมที่เล่นได้หลายบทบาท ทั้งบู๊ประเภทระเบิดภูเขา
เผากระท่อม ไปจนถึงบทชีวิต บทตลกกุ๊กกิ๊กหวานชื่น แต่โดดเด่นที่
บทบู๊ประเภทจอมเจ้าชู้ ขี้เล่น เจ้าสำอางค์ ทำให้เขาเป็นพระเอกเจ้าเสน่ห์
ที่มีลุคที่ทันสมัยขึ้น ในยุคของกรุง เขาได้แสดงนำคู่กับนางเอกดังมากมาย
เช่น เพชรา, อรัญญา, วันดี ศรีตรัง, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์, เนาวรัตน์
ยุคตะนันท์, ธัญรัตน์ โลหะนันท์ ผลงานเด่นที่ได้รับ รางวัลตุ๊กตาทอง
ดาราประกอบชาย จากเรื่อง ชู้ ผลงานกำกับของ เปี๊ยก โปสเตอร์
เป็นอีกคนที่อยู่เเถวหน้าของดาราเมืองไทยตั้งเเต่อดีตถึงปัจจุบัน
เเละนี้คือพระเอกตลอดกาลของเมืองไทยที่สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมมาในอ
ดีตซึ่งคนในวงการให้การยอมรับเป็นอย่างมากว่ามีฝีมือการเเสดงเเละเอา
ไปเป็นเเบบอย่างไปใช้ในอาชีพนักเเสดง…

จัด 6 สุดยอดหนังอวกาศของโลกฮอลลีวู้ด

ภาพยนตร์เกี่ยวกับอวกาศนั้นมีมานานมากๆ
และได้รับความนิยมมากตลอดจนทำให้หลายค่ายต่างหันมาจับหนังแนวนี้กันเยอะ
ซึ่งบ้างก็ประสบความสำเร็จบ้างก็ล้มเหลว
แต่บางเรื่องก็ยังคงได่รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนังเกี่ยวกับอวกาศที่ดีมากๆจนเป็นที่พูดถึงในปัจจุบัน
และนี่คือ 3 อันดับหนังอวกาศที่เราจะแนะนำคุณ
A Space Odyssey
ถือเป็นหนังอวกาศที่คลาสสิคมากๆเพราะมันถูกออกฉายในปี 1968 เวลานั้นบางคนยังไม่เกิดด้วยซ้ำ
โดยหนังว่าด้วยกลุ่มนักสำรวจที่ออกไปค้นหาอารยธรรมใหม่ๆนอกโลก
แต่ประเด็นสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจนั่นคือมันถ่ายทอดเรื่องของเทคโนโลยีออกมาได้เป็นอย่างดี
ทำให้ตัวหนังมีความล้ำยุคเกี่ยวกับเทคโนโลยีมากๆยิ่งหากคนในปัจจุบันได้ชมก็อาจจะสนุกยิ่งกว่าเดิมเพ
ราะจะได้เห็นว่าคนในยุคเก่านั้นจินตการเทคโนโลยีในโลกอนาคตซึ่งก็คือเวลานี้ไว้ได้อย่างไร
และบางอย่างมันก็เป็นจริงในปัจจุบันนี้ด้วย
ส่วนการเดินเรื่องอาจจะมีความงงอยู่บ้างแถมแต่ละฉากยังเดินช้าไปเยอะ
ซึ่งก็เป็นสไตล์การทำหนังของยุคเก่า แต่โดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว
และเป็นหนังเกี่ยวกับอวกาศอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด
Apollo 13
หลายคนคงยังจำกันได้กับชื่อยานอพอลโล 13 อันโด่งดัง
ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยานสำรวจอวกาศลำแรกที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์มาแล้ว โดย Apollo 13
เดินเรื่องได้แปลกไปจากหนังแนวอวกาศเรื่องอื่นที่มีความซับซ้อนมรชนเรื่องของวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ย
วข้อง แต่กับเรื่อนนี้ไม่ต้องเอาสิ่งนั้นเข้ามาปวดหัวระหว่างดู
ซึ่งแน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริงของเหตุการณ์ปล่อย Apollo 13
สู่ดวงจันทร์ของนาซาร์
ทว่าระหว่างก่อนไปถึงกลับมีปัญหาเรื่องของระบบเครื่อนยนตร์จนท้ายที่สุดจากภารกิจเดินทางสำรวจดว
ยงจันทร์ต้องเปลี่ยนมาเป็นภารกิจหนีตายกลับมายังโลกอีกครั้ง
โดยตัวหนังนอกจากจะได้รสชาติหนังอวกาศใหม่ๆแล้วยังให้ความสนุกไปกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ของนักบินอีกด้วย
Armageddon
นี่คือหนึ่งในหนังอวกาศที่ได้ชื่อว่าเป็นอีกเรื่องที่ดีที่สุด
แม้จะมีบางกระแสไม่ให้การตอบรับที่ดีสักเท่าไหร่เพราะบางทฤษฏีนั้นดูขัดแย้งเกินจริง
แต่มันก็ยังคงเป็นหนังอวกาศที่อยู่ในใจแฟนหนังหลายคน อมาเกดอน
ว่าด้วยกลุ่มนักขุดเจาะน้ำมันมือฉมังที่ได้รับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตให้เดินทางไปนอกโลกเพื่อทำกา
รขุดเจาะอุกกาบาตที่กำลังวิ่งพุ่งชนโลก โดยให้ใส่ระเบิดเข้าไปเพื่อให้อุกกาบาตระเบิด
และเบนเข็มไปในทิศทางอื่น
ซึ่งนอกจากจะเป็นภารกิจที่ท้าทายยังเป็นภารกิจเสี่ยงจายอีกต่างหากแถมยังมีฉากเศร้าเรียกน้ำตาของพ่
อ และลูกที่ต้องจากกัน ซึ่งเรื่องนี้ยังได้นักแสดงระดับแม่เหล็กหลายคนมาช่วยถ่ายทอดเรื่องราวนี้อีกด้วย…

ภาพยนต์หลอนประสาทของไทย

1.บ้านขังวิญญาณ
ครอบครัวหนึ่งได้ซื้อบ้านโดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติว่าบ้านหลังที่ซื้อ มีประวัติอะไรบ้าง
เมื่อเข้าไปอยู่ในบ้านก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมากมายกับคนใน ครอบครัว
2.“บุปผาราตรี” เรื่องหลอนๆ ปนฮา แต่น่ากลัวสุดๆ ของวิญญาณพยาบาทสาว ที่คอยวนเวียนอยู่ที่ห้อง
ความเฮี้ยนของเธอทำให้ผู้คนต่างหวาดผวาพากันย้ายออกไปตามๆ กัน
เดือดร้อนถึงเจ๊สี่เจ้าของออสการ์อพาร์ทเมนท์ที่ต้องควานหาหมอผี
3.นางนาก
ตำนานรักระหว่างวิญญาณสาวและชายหนุ่มแห่งคลองพระโขนง เรื่องราวความรักสุดคลาสิคของ “นางนาก”
วิญญาณหญิงสาวตายทั้งกลมที่รอชายคนรัก “พ่อมาก” ให้กลับมาระหว่างสงคราม และเมื่อ “มาก” กลับมา “นาก”
ก็ทำทุกวิถีทางที่จะอยู่ร่วมกัน จนเมื่อ “มาก” รู้ความจริงว่า “เมีย” ที่ตัวเองนอนกอดอยู่ทุกวันนั้นไม่ใช่คน
4.คุกกองปราบ
ในค่ำคืนหนึ่งเวลาประมาณ ตี 3 จู่ๆ นายสมบูรณ์ ทองคำ ผู้ต้องหาคดีกรรโชก
ปล่อยเงินกู้สาวใหญ่เรียกดอกเบี้ยสุดโหด แถมอ้างตัวเป็นนายดาบกองปราบ
ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในห้องขังก็ร้องโวยวายขึ้นมาว่า ถูกผีชายชุดแดงหลอก โดยผีชายชุดแดงมาชวนไปอยู่ด้วย
5.ตายโหง
“ก้อง” ชายหนุ่มรักสนุก ที่ความผิดพลาดเพียงชั่ววูบ
ได้พาเขาไปเผชิญกับฝันร้ายที่จะไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาในค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
หลังจากมาส่งของที่ผับชื่อดังแล้ว เมื่อกลับออกมาก็ได้เจอกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเพิ่งออกมาจากผับแห่งนี้ เช่นกัน
ทันใดนั้นอามณ์ดิบ หื่น ตามสัญชาติญาณก็อุบัติขึ้น
6.ชัตเตอร์
หนังผีเรื่องแรกของ GTH ที่ทำรายได้เกิน 100
ล้านบาทและยังเป็นหนังที่ถูกซื้อไปฉายหลายประเทศเพราะเรื่องเล่ามีความสากล
ความเด็ดคือการนำภาพถ่ายติดวิญญาณมาเล่าเรื่องนั่นเอง
7.“ผีช่องแอร์”หญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกฆ่าแล้วหั่นศพ ส่วนตัวยัดใต้เตียง และส่วนหัวถูกนำไปซ่อนในช่องแอร์
ในโรงแรมแห่งหนึ่งของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วิญญาณสาวจะออกมาทักทายทุกผู้คนที่เข้ามาพัก
และตามล่ามาอยู่ในโลกวิญญาณในที่สุด
8.ผีสามบาท
“ผีสามบาท” ต้นกำเนิดหนังผีสไตล์หลากเรื่องหลายรสที่นำมาต่อเนื่องกัน โดยเรื่องราวทั้ง 3 ของหนัง
จากความเชื่อของการทำน้ำมันพราย สู่เรื่องราวน่าสยองของคนเมืองที่เหงา เศร้าและอยากมีคู่
และเรื่องสุดท้าย"จองเวร" เรื่องของหญิงสาวที่ผูกคอตายนำไปสู่การติดตามผู้ต้องสงสัยที่น่าสะพรึงกลัว
ด้วยบรรยากาศการถ่ายทำอันน่าขนลุกทำให้เรื่องนี้เป้นหนังผียอกฮิตเลยก็ว่าได้…

เรื่องราวของ The Purge หนังแอคชั่นดิบเถื่อนสยองขวัญ

หลากจะพูดถึงหนังแนว แอคชั่น, ลุ้นระทึกสยองขวัญ,
ต้องเอาชีวิตรอดมีฉากที่ฆ่ากันแบบดิบเถื่อนคงจะหนีเรื่อง The Purge
ไปไม่พ้น สำหรับ The Purge นั้นเป็นภาพยนตร์สัญชาติอเมริกา
ที่เหล่าถึงคืนแห่งการล้างบาป
ที่ผู้คนสามารถออกมากำจัดคนที่ไม่ชอบได้เลย โดยที่ไม่ผิดกฎหมาย
เรียกได้ว่าในค่ำคืนนี้จะเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน
วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ในแต่ละภาคกัน
เพราะ The Purge First
ปฐมบทแห่งค่ำคืนอำมหิตที่จะพูดถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
กำลังจะเข้าฉายบ้านเราในเดือนนี้
ภาคแรก The Purge 2013
เป็นภาคแรกของภาพยนตร์เรื่องนี้
โดยเรื่องราวนั้นได้เล่าถึงยุคเสื่อมโทรมของอเมริกา
ภายใต้ผู้ปกครองใหม่ ที่เรียกว่า นิว ฟาวเดอร์ ออฟ อเมริกา (NFA)
รัฐบาลได้ผลักดันให้มีการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับที่ 28
เพื่อบัญญัติให้มีเทศกาลแห่งการปลดปล่อย
เป็นวาระสำคัญแห่งชาติปีละครั้ง กับค่ำคื่นแห่งการชำระล้างบาป
ซึ่งถูกจัดขึ้นจะถูกจัดขึ้นเป็นเวลา 12 ชม
โดยให้ทุกคนสามารถเป็นอิสระจากกฎหมาย
และมีสิทธิก่ออาชญากรรมได้ทุกรูปแบบ รวมทั้งการฆ่าคน
โดยจะไม่ถือเป็นความผิดหรือได้รับบทลงโทษใดๆ

ส่วนเรื่องราวนั้นได้พูดถึงครอบครัวหนึ่งซึ่งผู้เป็นพ่อประกอบอาชีพเป็นเ
ซลแมนขายระบบรักษาความปลอดภัย
เพื่อวันชำระล้างบาปนี้โดยเฉพาะ ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรกับพวกเขา

แต่ก็มีชายผิวดำมาเคาะประตูเพื่อขอความช่วยเหลือ
พวกเขาจะทำอย่างไรต่อจากนี้ต้องไปหาชมกันครับ
ภาคสอง The Purge Anarchy 2014
ภาค 2 ยังคงพล็อตเริ่มแบบเดิมเอาไว้ คราวนี้พูดถึง ลีโอ
นายทหารคนหนึ่งที่ต้องการจะแก้แค้นเพราะเขาเสียลูกชายไปในคืนล้า
งบาป แต่แล้วระหว่างทาง เขากลับพบกับคู่แม่ลูก
ที่กำลังตกเป็นเหยื่อการไล่ล่าจากกลุ่มผู้สวมหน้ากาก
เขาจึงออกโรงปกป้องช่วยเหลือพวกเธอ พร้อมๆ
กับการได้พบกับคู่สามีภรรยาที่กำลังจะแยกทางกัน ซึ่งถูกปล้นรถไป
ทั้งหมดจึงต้องร่วมเดินทางฝ่าฟันและหลบซ่อน
เพื่อเอาชีวิตรอดให้พ้นคืนวันดังกล่าว
ภาคสาม The Purge Election Year 2016
ในภาค 3
เป็นเรื่องราวที่ขัดแย้งกันคนในประเทศที่ต้องการจะล้มเลิกเทศกาลชำระ
ล้างบาป โดยสว.สาว ชาร์เลน
ซึ่งเป็นคนเดียวในครอบครัวที่รอดชีวิตจากคืนอำมหิต
เธอต้องต่อสู้เอาชีวิตเพื่อใช้โอกาสที่เธอยังสามารถมีชีวิตอยู่ต่อนี้
ต่อสู้กับอิทธิพลมืดและเหล่านายทุน
ผู้ยังคงสนับสนุนให้เกิดเทศกาลชำระบาปนี้ต่อไป
จากนั้นมีเหตุการณ์มากขึ้นเกิดขึ้น
ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นต้องลองหามาชมกันครับ…

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1964 : บุษบาริมทาง

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1964
อีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น บุษบาริมทาง
หรือ My Fair Lady
ภาพยนตร์เพลงที่ถ่ายทำด้วยระบบซูเปอร์พานาวิชั่น 70 มม.
พร้อมได้ผู้กำกับมือทองอย่าง จอร์จ คูเกอร์ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
บุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady สร้างจาก
ละครเพลงบรอดเวย์ ของ Lerner & Loewe
ที่โด่งดังในชื่อเดียวกัน
ซึ่งดัดแปลงจากบทละครชวนหัวเสียดสีสังคมชนชั้นอย่าง
Pygmalion ของ จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์
โดยตัวภาพยนตร์ บุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady
จะกล่าวถึงบุษบาริมทางนางหนึ่งนาม เอไลซ่า ดูลิทเติ้ล
เป็นสาวค็อกนีย์ชนชั้นล่างของอังกฤษ ที่เร่ขายดอกไม้
เนื้อตัวมอมแมม ออกแนวเปิ่นๆ โกะๆ
ชอบตะโกนขายของเสียงดังไปทั่วตลาด
กระทั่งวันหนึ่งชะตากรรมพลิกผัน เมื่อได้พบ เฮนรี่ ดิกกิ้นส์
ผู้เชี่ยวชาญภาษาศาสตร์
ที่ได้พนันกับเพื่อนนายพลไว้ว่าจะขัดเกลานางค็อกนีย์ให้เป็นเลดี้ผู้
สูงศักดิ์ให้ได้ เอไลซ่า ผู้ทุกข์ทนรนร้อนกับชีวิตข้างถนนมานาน
ก็ยอมเอาตัวเข้าเป็นเบี้ยพนัน หวังได้ใช้ชีวิตสุขสบายกับเขาบ้าง
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ กระทั่ง เอไลซ่า
ไปปรากฏตัวเป็นดาวเด่นกลางงานเริงรำ
กลายเป็นแน่งน้อยพริ้มเพราถูกพระทัยองค์ราชินี
เป็นที่สนอกสนใจของมหาชนทั่วทั้งงานอย่างล้นหลาม ทำให้
เฮนรี่ ปลื้มปริ่มกับผลงานของตัวเอง
จนมองข้ามบางอย่างที่สำคัญไป
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาจะเห็นว่าเนื้อหาของภาพยนตร์ไม่ได้ซับซ้
อนอะไร และเชื่อว่าทุกคนสามารถเดาตอนจบของ My Fair Lady
ได้ไม่ยาก

แต่ความสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่อรรถรสในการรับชมที่ดูเ
พลิดเพลินสนุกสนานมากกว่า
เพราะอย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่า บุษบาริมทาง หรือ My
Fair Lady เป็นภาพยนตร์เพลง
มันจึงเหมือนคุณกำลังชมละครเวทีภาคจอเงินอยู่
ตัวละครทุกคนจะออกมาร้องเพลงประสานเสียงและเต้นกันเป็นช่วง
ๆ อันเปรียบเสมือนสวรรค์สำหรับคนที่พิสมัยละครเวที
นอกจากนี้ภาพยนตร์อย่าง บุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady
ยังเสียดสีสังคมอังกฤษที่แบ่งชนชั้นในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะการวางให้พระเอกอย่าง เฮนรี่
เป็นผู้มีความรู้กว้างขวางในเรื่องของความแตกต่างของสำเนียงกา
รพูด
นั่นก็เพราะในสมัยนั้นสำเนียงการพูด
อาจใช้ระบุได้ถึงสถานที่เกิด ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน หรือการศึกษาได้
ขณะที่นางเอกเป็นแม่ค้าขายดอกไม้
ที่มีสำเนียงภาษาแบบชาวตลาด
การเปรียบเทียบจึงเกิดขึ้นทันทีที่ทั้งคู่รู้สึกรักกัน
สุดท้าย บุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady
ก็กลายเผ็นภาพยนตร์เพลงอีกเรื่องที่ได้รับการยกขึ้นหิ้ง
โดยหนังใช้ทุนสร้างมากถึง 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควร
แต่ท้ายที่สุดก็ทำเงินเข้าเป้าที่จำนวน 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ…

ที่สุดของที่สุด : 3 หนังสงครามที่ครองใจคนทั่วโลก

หนังสงครามคือหนึ่งในประเภทหนังที่โดนใจใครหลายคนด้วยความเป็นภาพยนตร์ที่มีหลากหลายอารม
ณ์อีกยังมีข้อคิดดีๆสะท้อนมุมมืดของสังคมได้อีกต่างหาก และนี่คือ 3ภายนตร์สงครามที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
แหกมฤตยูแดนข้าศึก
โดยหนังเรื่องนี้ออกฉายเมื่อปี 2001 แม้จะผ่านเวลามายาวนาน
แต่มันยังคงเป็นหนังสงครามที่ได้รับความนิยมตลอดกาลเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นถูกอิงมาจากเหตุการณ์จริงที่เคื่องบินลาดตระเวนลำหนึ่งของทหารที่ชื่อ นาวาอากาศเอก
สก็อตต์ โอ เกรดี้ ของสหรัฐที่ถูกศัตรูยิงตกในบอสเนีย ซึ่งเป็นเขตการสู้รบอันดุเดือด โดย คริสเบอร์เนตต์
ตัวเอกของเรื่องที่รับหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวต้องโชคร้ายโดนยิงจนเครื่องตกลงไปในแดนข้า
ศึก นั่นทำให้เขาต้องพยายามหนีตายเพื่อเอาชีวิตรอด
และเพื่อนำภาพความโหดร้ายที่แอบถ่ายมาได้จากผู้นำเผด็จการของฝ่ายศัตรูไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รับรู้
โดยเนื้อเรื่องนั้นเข้มข้นในทุกๆตอนที่ต้องคอยลุ้นว่าพระเอกจะสามารถรอดพ้นเงื้อมมือของศัตรูได้หรือไม่
พลาทูน
นี่คือหนังที่สร้างดาราให้ดังขึ้นมาเปรี้ยงปร้างหลายคนภายใต้การกำกับของ โอลิเวอร์ สโตน
และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคนั้น สำหรับ พลาทูน
ถูกนำออกมาฉายในปี 1986 ที่เล่าเรื่องย้อนไปในยุคของสงครามเวียดนาม
โดยเป็นการเจาะไปที่ทหานอเมริกันกลุ่มหนึ่งที่ได้รับภารกิจให้เข้าไปในพื้นที่ฝ่ายศัตรู
ซึ่งมีเรื่องที่ซับซ้อนนั่นคือพวกเดียวกันไว้ใจไม่ได้ทำห้ต้องคอยระวังศึกทั้งสองด้านนั่นเพราะด้วยความเห
นื่อยล้า ความหิวโหยทำให้พวกเขาเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาได้ตลอดเวลา
สำหรับเนื้อเรื่องนั้นต้องบอกว่าสะท้อนความโหดร้ายของสงครามเวียดนามได้อย่างสมจริงรวมถึงฉากแต่
ละฉากที่เปรียบเสมือนพาคุณเข้าไปชมเหตุการณ์จริงๆในห้วงเวลานั้นเลยทีเดียว
และด้วยความสมจริงรวมถึงเรื่องราวสุดเข้มข้นจึงไม่น่าแปลกที่มันยังคงกลายเป็นหนังสงครามที่หลายคน
ยังคงนึกถึงมาจนปัจจุบันนี้เพิร์ล ฮาร์เบอร์
เอ่ยชื่อมาหลายคนคงร้องอ๋อกันเป็นแถวสำหรับสุดยอดหนังสงครามเรื่องหนึ่งที่โลกเคยมีมาอาจจะไม่ใช่แนวบู๊เลือดสาด
แต่อันแน่นไปด้วยเรื่องราวที่อิงมาจากหน้าประวัติศาสตร์จริงๆในยุคสงครามโลกครั้งที่สองที่
จักรวรรดิญี่ปุ่นตัดสินใจแอบปล่อบกลุ่มฝูงบินรบเข้ามาโจมตีเรือรบที่อยู่ในอ่าวเพิร์ล
ฮาร์เบอร์แบบทีเผลอจนทำให้สหรัฐอเมริกาต้องสูญเสียเรือรบรวมถึงกำลังพลมากมาย
และนับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวความรักสามเศร้าให้ได้ลุ้นน้ำตานองไปพร้อมๆกัน โดยถูกออกฉายครั้งแรกในปี
2001 แม้ช่วงแรกจะถูกเสียงวิจารณ์ว่าบทเรื่องยาวเกินไปจนน่าเบื่อ
ทว่าสุดท้ายมันกลับสามารถครองใจคอหนังหลายคนได้อยู่หมัด
และขึ้นแท่นหนังสงครามชั้นเซียนที่ใครอยากจะมาเทียบ…

3 ภาพยนตร์เกี่ยวกับแม่มดที่ได้รับความนิยมตลอดกาล

นอกจากหนังผีสยองขวัญอีกหนึ่งประเภทที่คนคอหนังแนวนี้ชื่นชอบคงหนีไม่พ้นเรื่องราวเกี่ยวกับแม่มด
ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง และนี่คือสุดยอดหนังแม่มด 3
อันดับที่เราอยากจะมาแนะนำ
Hansel & Gretel: Witch Hunters
เริ่มกันที่เรื่องแรกกับ Hansel & Gretel: Witch Hunters
ซึ่งน่าเป็นหนังเกี่ยวกับแม่มดที่มีความแอคชั่นเข้ามาใส่แบบสุดๆ
โดยเปลี่ยนจากเรื่องราวนิทานยอดฮิตของสองพี่น้องที่ถูกหลอกเข้าไปให้แม่มดกินในป่า
โดยทั้งสองได้โรยขนมปังไว้เพื่อเป็นทางหนีกลับบ้านเช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่ยังคงเอกลักษณ์ของเรื่องไว้
แต่การเล่าเรื่องจะเน้นไปในวยผู้ฝใหญ่ที่สองพี่น้องหนีออกมาได้สำเร็จ
และเติบโตจนกลายเป็นคู่พี่น้องล่าแม่มดชื่อดังนั่นทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังแอคชั่นไล่ล่าแม่มดที่คอ
ยก่อกวนอาละวาดไปตามเมืองต่างๆ
โดยมีแม่มดตัวร้ายที่สุดหวังจะยึดครองโลกนี้เอาไว้จึงได้รวมพรรคพวกเพื่อทำพิธีบางอย่างที่จะทำให้แข็ง
แกร่งไร้เทียมทานจนสามารถยึดครองโลกได้เป็นเหตุให้สองพี่น้อง
และเหล่าคนที่ร่วมทีมจะต้องร่วมมือกันยับยั้งพิธีกรรมนั้นให้ได้เพื่อการดำรงอยู่ของโลกต่อไป
The Conjuring
เรื่องต่อมาคือ The Conjuring หลายคนเห็นชื่อนี้อาจมองว่ามันคือหนังผี แต่จริงๆแล้ว The Conjuring
ในภาคนี้เป็นการเล่าเรื่องของสองคู่หูคู่รักที่ครั้งหนึ่งเคยเดินทางไปปราบผีที่คอยตามรังควานครอบครัวห
นึ่ง โดยครอบครัวนั้นเป็นครอบครัวตระกูลเพอรรอน ที่อยู่ในโรด ไอซ์แลนด์ ในปี 1971
ที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหม่
แต่หลังจากเข้ามาอยู่ก็ต้องเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดเหนือธรรมชาติในทุกๆคืนนั่นทำให้ผู้เป็นแม่
ต้องไปร้องขอให้ เอ็ด และลอเรน
วอร์เรนมาช่วยทำพิธีไล่ผีออกจากบ้านเพื่อให้ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกอีกครั้ง
ก่อนที่ทุกคนจะพบว่าผีตัวดังกล่าวคือหญิงที่ชื่อเบธชีบา ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแห่งนี้
และเป็นผู้ที่นิยมลัทธิแม่มดมนต์ดำทำให้ก่อนตายได้ร่ายมนเอาไว้
และวิญญาณอาฆาตนั้นก็ยังไม่ไปไหนจนคอยรังควาน และเกิดความสยองของหนังเรื่องนี้
The Last Witch Hunter
เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นพี่วิน ดีเซล เปลี่ยนมารับบทหนังแอคชั่นล่าแม่มดแบบนี้
เพราะภาพเดิมๆที่หลายคนคุ้นตาคงเป็นบทบาทของ โดมินิค ทอเรตโต้
ขาซิ่งระดับพระกาฬที่ผ่านความอันตรายมาทุกรูปแบบหรือในบทของพยัคฆ์ร้ายทริปเปิ้ลเอ็กซ์
โดยในเรื่องนี้เขารับบทเป็นชายผู้ล่าแม่มดเมื่อหลายร้อยปีก่อนที่ได้บุกเข้ารังแม่มดร้ายพร้อมพวกเพื่อสังห
าร และล้างแค้นหลังต้องสูญเสียครอบครัวด้วยฝีมือของแม่มดนางนี้
ทว่าก่อนตายได้ถูกสาปเอาไว้ว่าไม่ให้เขาได้ตาย
และต้องรู้จักรสชาติความเจ็บปวดที่ต้องเห็นคนรักตายตกไปตามกันทำให้เขามีชีวิผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
โดยเมื่อเข้าสู่ยุคสมัยใหม่เขาได้เจอกับแม่มดดีนางหนึ่งที่ต่อมาได้ร่วมมือกันต่อสู้กับแม่มดร้ายตัวเดิมที่สา
ปเขาเอาไว้ และกลับคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งเพื่อครองโลกทำให้เขา
และเพื่อนร่วมศึกต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้ปกป้องโลกเอาไว้ให้ได้…