เวน่อม 2018 กับเหตุผลที่ต้องลบไอ้แมงมุมออกจากหนัง

แม้ตัวละครสายดาร์คอย่าง เวน่อม ฉบับดั้งเดิมจากหนังสือการ์ตูน
จะมาจากเรื่องราวหลักของฮีโร่ขวัญใจมหาชนอย่าง Spider-Man
แต่สำหรับในเวอร์ชั่นหนัง เวน่อม ที่นำแสดงโดยนักแสดงสายรางวัลอย่าง ทอม ฮาร์ดี้ กลับมีความแตกต่างออกไป
เหตุผลหลักๆ ไม่ใช่เรื่องอื่นใด แต่มาจากปัญหาด้านลิขสิทธิ์ ที่มีความขัดแย้งกันอยู่สำหรับค่ายหนังที่ถือลิขสิทธิ์ของตัวละคร
ทำให้ในจักรวาลหนังของ เวน่อม เวอร์ชั่นนี้ จำเป็นต้องลบ Spider-Man ออกไปเป็นการแก้ปัญหา
คำโปรยของหนังที่ว่า “โลกนี้มีซูเปอร์ฮีโร่เพียงพอแล้ว”
น่าจะทำให้ผู้ชมเห็นภาพรวมของหนังได้อย่างชัดเจน ซึ่งในหนัง เวน่อม
ก็ได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วว่า ถึงแม้จะไม่มี Spider-Man แต่ เวน่อม
ก็เล่าเรื่องราวให้ผู้ชมสนุกได้ในแบบฉบับของตัวเอง
ซึ่งหากลองมองดูอีกมุม คุณอาจจะคิดว่าหนังเดี่ยวของ เวน่อม ที่ไม่มี Spider-Man
ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วก็เป็นได้ เพราะในหนัง เวน่อม
ควรเป็นเรื่องราวของตัวละครหลักอย่างเอ็ดดี้ ไม่ใช่ Spider-Man
จริงที่ว่า เวน่อม ฉบับดั้งเดิมเกิดขึ้นจากเรื่องราวหลักของ Spider-Man
แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป การเล่าเรื่องราวของ เวน่อม โดยมี Spider-Man
อาจไม่จำเป็นอีกต่อไปก็ได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องราวของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ทั้งหมดนั่นเอง
เรื่องราวของ เอ็ดดี้ บร็อค มีความน่าสนใจในตัว
และมาพร้อมการผจญภัยในแบบฉบับของตัวเอง นอกจากนี้หากเราลองคิดว่าในหนังมี
Spider-Man อยู่ด้วย ในฐานะที่มีคนดูที่ชื่นชอบในตัว Spider-Man มากอยู่แล้ว
ก็อาจทำให้เนื้อเรื่องหลักเกิดไขว้เขวได้ และทำให้เวน่อมไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ดังนั้น
การลบ Spider-Man ทิ้งจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีของค่าย Sony แล้วก็ได้
ในอนาคตหากหนัง เวน่อม กลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ
และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม รวมถึงทำรายได้น่าประทับใจ
ซึ่งในตัวหนังเองก็ยังแอบหยอดเรื่องราวหากจะสร้างภาคต่อไว้แล้ว โปรเจคต์ เวน่อม 2ก็คงไม่ไกลเกินรอ
นอกจากนี้ ไม่แน่ว่าในอนาคตเมื่อทาง Sony ได้ตกลงเรื่องลิขสิทธิ์กับทาง Marvel ใหม่
พวกเขาอาจได้ Spider-Man กลับมา และในตอนนั้นที่เราผูกพันกับ เวน่อม ไปแล้ว
การได้มาเจอกับ Spider-Man ฮีโร่ในตำนานที่แฟนๆหลายๆ คนชื่นชอบ
ในเรื่องราวเวอร์ชั่นใหม่ที่ไม่เคยถูกเล่าที่ไหนมาก่อน
อาจเป็นเรื่องราวที่แฟนหนังจะต้องตื่นเต้นกับการเจอกันครั้งนี้ก็เป็นได้…

 ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1987 : Fatal Attraction

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1987
เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Fatal Attraction
หรือ เสน่ห์มรณะ ภาพยนตร์ไซโค-อีโรติค-ธริลเลอร์
ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์สั้น Diversion
และได้ผู้กำกับคนเดียวกันอย่าง อาเดรียน ไลน์ มารับหน้าที่
ภาพยนตร์เรื่อง Fatal Attraction หรือ เสน่ห์มรณะ
กล่าวถึงเรื่องราวของ แดน กัลลาเกอร์ ซึ่งรับบทโดย ไมเคิล
ดั๊กลาส ที่แอบไปซุกซนกับ อเล็กซ์ ฟอร์เรสต์
สาวสวยตำแหน่งบรรณาธิการสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง
ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวของผู้ชายที่ไร้ความรับผิดชอบอย่าง
แดน นำอันตรายมาสู่ตนเองและครอบครัว
คือภรรยาและลูกอย่างคาดไม่ถึง ทั้งนี้ เพราะ อเล็กซ์
มิใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เธอมีอาการทางจิตด้วย และนั่นคือปัญหา
ซึ่งแม้ Fatal Attraction หรือ เสน่ห์มรณะ
จะโดนนักสิทธิสตรีในสมัยนั้นโจมตีผู้สร้างและสังคมที่ฉายภาพด้านเดียวของผู้หญิง
โดยไม่ฉายภาพความประพฤติที่ไร้ความรับผิดชอบของผู้ชาย
เพราะประเด็นคือ อเล็กซ์ เป็นผู้ป่วย เธอมิได้เป็นโรคจิต
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ Fatal Attraction หรือ เสน่ห์มรณะ
ออกฉาย ก็กวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 320 ล้านดอลลาร์
จากทุนสร้างแค่ 14 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น
เรียกว่ายอดเยี่ยมเกินคาดทั้งตัวภาพยนตร์และผู้กำกับอย่างอาเดรียน ไลน์
นอกจากนี้ Fatal Attraction หรือ เสน่ห์มรณะ
ยังมิได้ประสบความสำเร็จแค่ในแง่ของรายได้
เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 6 สาขา
รวมถึงนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม อย่าง เกลน โคลส ในบท อเล็กซ์ ฟอร์เรสต์ ด้วย
เรื่องดังกล่าวทำให้ เกลน โคลส
ได้รับตราประทับนางร้ายแห่งทศวรรษไปโดยไม่เต็มใจ
แต่ในขณะเดียวกันเธอเปิดเผยว่ามีผู้ชายจำนวนมากกล่าวขอบคุณ
เธอด้วยที่ช่วยทำให้พวกเขาไม่กล้าคิดนอกลู่นอกทางกับภรรยาของตัวเองอีกเลย
โดยเฉพาะฉากที่ อเล็กซ์ ฉีกเสื้อผ้าและทำร้ายร่างกาย แดน
เมื่อเขาจะกลับ แสดงถึงความไม่สามารถในการควบคุมอารมณ์
และระเบิดออกมาด้วยความรุนแรง หลายฉากที่ อเล็กซ์ อ้อนวอน
แดน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ที่รวดเร็วอยู่ตลอดเวลาตีบทบ้าแตกกระจุย
หรือฉากที่ อเล็กซ์ เชือดข้อมือตัวเอง
ก็เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในบุคลิกภาพผิดปกติชนิด
Borderline แต่ก็เป็นเครื่องมือที่ อเล็กซ์ ใช้ในการ ควบคุม แดน
อย่างได้ผล ยังไม่นับรวมพฤติกรรมอื่น เช่น
เรื่องการโทรศัพท์ก่อกวน การอ้างถึงการตั้งครรภ์
รวมถึงการบุกไปบ้าน แดน เพื่อพบกับภรรยาของเขา
สรุปแล้วตลอดระยะเวลา 119 นาที ในภาพยนตร์ Fatal
Attraction หรือ เสน่ห์มรณะ
ทุกท่านจะพบกับความบีบคั้นทางอารมณ์อย่างสุดขีด
โดยเฉพาะเหล่าบรรดาสามีที่เมื่อชมเรื่องนี้จบ
อาจต้องหันกลับไปมองกวางน้อยของตัวเอง
พร้อมความคิดประหลาดที่ผุดขึ้นในหัว…

รีวิว นาคี ๒

ภาพยนตร์ไทยที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุด สำหรับนาคี 2 ที่กำกับโดยอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ได้สานต่อนาคีจากจอโทรทัศน์มาสู่จอภาพยนตร์
หลายคนจึงคาดหวังกับภาพยนตร์เรื่องนี้สูงมาก เพราะเวอร์ชั่นละครยังทำได้ดีขนาดนั้น และในเรื่องนี้จึงเพิ่มพระนางคู่ใหม่ คือ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา
รวมทั้งยังมีพระนางคู่เดิมจากเวอร์ชั่นละครมาร่วมแสดงด้วย คือ แต้ว ณฐพร และคุณทศพล เคน ภูภูมิ มาร่วมแสดงเหมือนเดิมนาคี 2 เป็นเรื่องของ สร้อย สาวดอนไม้ป่า
ที่เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและความศรัทธาในเจ้าแม่นาคี เธอช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่นาคีและดูแลเทวาลัย ทำให้เธอผูกพันกับเจ้าแม่นาคีมาก
แต่หลังจากที่ ร.ต.อ.ป้องปราบ ถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ทำให้เกิดคดีที่หาคำตอบไม่ได้มากมายและชาวบ้านก็ปักใจเชื่อว่านี่คือฝีมือของเจ้าแม่นาคี
และชาวบ้านก็แน่ใจว่าสร้อย คือ ร่างประทับของเจ้าแม่นาคี และทำให้สารวัตรป้องปราบที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้เกิดความไม่แน่ใจ และพยายามหาคำตอบด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าพล็อตเรื่องจะไม่น่าสนใจเท่าละครแต่ก็สามารถเล่าเรื่องออกมาได้อย่างน่าติดตาม แม้ว่าในช่วงแรกหนังจะดูเฉื่อยไปหน่อย
แต่ยังมีจุดเด่นเรื่องของงานภาพที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ และที่เรียกเสียงฮือฮานั่นคือ งาน CG ของพญานาคที่เทียบชั้นได้กับฮอลลีวูด ผสมผสานกับการแสดงของเจ้าแม่นาคี
รับบทโดย แต้ว ณฐพร และการใส่ความเป็นอีสานได้อย่างลงตัว ทำให้หนังน่าสนใจมาก และทั้งหมดนี้ถือเป็นจุดเด่นเลยทีเดียว ในส่วนของนักแสดง แสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก
แต่เสียงสูงต่ำในภาษาอีสานของญาญ่าก็ยังมีผิดบ้าง ส่วนตัวพระเอกก็แสดงธรรมดาๆ แต่เซอร์ไพร์สอยู่ที่ตัวละครของลำเจียก รับบทโดย อุ้ม ลักขณา
ซึ่งถ้าใครติดตามมาตั้งแต่ที่เป็นละครก็จะทราบว่าเธอยังไม่ตาย และแน่นอนเธอได้มามีบทบาทสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์โดยรวมแล้วถือว่า นาคี ๒ ทำทุกอย่างออกมาได้ดี
(ยกเว้นพล็อตเรื่องที่แทบไม่มีอะไรเลย) อาจจะมีข้อบกพร่องในเรื่องเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยสมจริงมากนัก แต่โดยรวมแล้วถือว่าดีมาก…

10 ภาพยนตร์สยองขวัญที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ 1

อินดิซิอัสภาค 5 กำลังจะกลับมาเขย่าขวัญผู้ชมอีกครั้งในปีหน้า
โดยถือได้ว่ามันเป็นหนึ่งในหนังแนวสยองขวัญที่ใครหลายคนชื่นชอบนับตั้งแต่ภาคแรกที่นำออกมาฉาย
และด้วยความสยองนี้เองดังนั้นเราจึงขอพาคุณย้อนไปดูกันว่ามีหนังเรื่องไหนที่น่าดูกันบ้างสำหรับคอหนังแนวนี้ ติดตามได้เลย
เดอะ แบลร์ วิช โปรเจค
เริ่มกันที่เรื่องแรกกับหนังแนวไล่ล่าแม่มดของเด็กกลุ่มหนึ่งที่อยากลองดีเพื่อพิสูจน์ว่าตำนานแม่มดแบลร์นั้น
มีจริงหรือไม่ต้องบอกว่านี่คือหนังแนวสยองขวัญที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะต้นทุนในการสร้างนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำ
แต่รายได้ที่ตีกลับมานั้นสูงเกินความคาดหมายของใครหลายคนเลยทีเดียวนั่นเพราะการเล่าเรื่องเป็นไปอย่างตื่นเต้น
โดยมุมภาพใช้การวิธีมุมมองผ่านตัวละครเองทำให้ยิ่งดูลุ้นระทึกไปในทุกวินาทีแถมยังทำให้ผู้ชมอินเสมือนว่าอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ
หนังว่าด้วยสามนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์เกิดความสนใจเกี่ยวกับตำนานแม่มดแบลร์ทำให้ทั้งหมดได้ตัดสินใจเดินเข้าไปในป่าลคกที่ชื่อว่าแบล็กฮิลล์
ซึ่งเป็นป่าที่ไม่ค่อยมีใครอยากย่างกลายเข้าไปเพราะเต็มไปด้วยปริศนาลึกลับ และอันตราย
ขณะเดียวกันการตัดสินใจของทั้งสามคนได้ทำให้พวกเขาต้องพบเจอเหตุการณ์สุดประหลาดที่ชีวิตนี้ไม่อาจมีวันลืมได้เลยเมื่อทั้งหมดได้หายตัวไปอย่างลึกลับ
และไม่เคยมีใครสามารถค้นหาพวกเขาพบอีกเลยไม่ว่าจะเร่งการค้นหาหนักแค่ไหนก็ตาม
ก่อนที่หลังจากนั้นจะมีคนค้นพบม้วนฟิล์มที่พวกเขาได้ถ่ายเอาไว้ระหว่างเดินสำรวจป่าที่นั่น
และทำให้รู้ว่าพวกเขาต้องพบเจอความน่ากลัวขนหัวลุกอะไรในป่าแห่งนั้น
และนี่คือเรื่องราวความสยองที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว
อเมริกัน แวร์วูฟ
เชื่อว่าคอหนังในยุค 80
คงจะจำภาพยนตร์เรื่องนี้กันได้เพราะมันคือหนังเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าที่โด่งดังที่สุดเนื่องจากการ
ถ่ายทำในตอนนั้นสมจริงมากๆนั่นเอง โดยหนังถูกออกฉายมาแล้วกว่า 20 ปีแต่ยังคงกลายเป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้
หนังว่าด้วยชายสองคนได้ออกเดินทางท่องเที่ยวที่เขตนอกเมืองของอังกฤษ
แต่นั่นทำให้พวกเขาได้พบเจอับสิ่งแปลกๆอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเมื่อระแวกนั้นมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่
ซึ่งผู้คนที่นี่ดูไม่เหมือนคนทั่วไปมีอาการแปลกๆไม่ว่าจะพฤติกรรมหรือท่าเดินทำให้ทั้งคู่อดสงสัยไม่ได้
แต่แล้วในคืนพระจันทร์ทั้งหมดก็ได้รู้ตความจริงกับสิ่งที่พวกเขาสงสัยเมื่อทั้งหมู่บ้านได้กลายร่าง
เป็นมนุษย์หมาป่าสุดสยอง และหิวกระหายในเลือดเนื้อโดยตลอดทั้งเรื่องทำออกมาได้ลุ้นระทึกในทุกวินาที
และถึงแม้จเป็นการใช้เทคนิคการถ่ายของเมื่อหลายสิบปีก่อน
แต่ก็ให้ความสมจริงมากทีเดียวทั้งฉากที่คนในหมู่บ้านเปลี่ยนร่างกลายเป็นหมาป่ารวมไปถึงฉากการสร้างหมู่บ้านให้ดูหลอนๆนั่นเอง…

รีวิวหนัง Hereditary

ตอนแรกที่มองเห็นตัวอย่างหนังก็คิดแบบเดียวกันว่า จะน่าสยดสยองไหม เรื่องราวจะเป็นอย่างไร จะน่าสยดสยองเท่าConjuring, IT, Incidious ไหมนะ 
เพราะเวลามองทีไรพวกเรากลัวทุกครั้งเลย แต่ว่าหลังจากนั้นก็มีแต่ความว้าว ด้วยเหตุว่าหนังแต่ละเรื่องครีเอทจริงๆแต่ว่าสำหรับประเด็นนี้ดูแล้วเครียดมาก เสมือนดูหนังดราม่าหนัก
ซักเรื่องหนึ่ง ปวดหัวและก็จิตตกไปเลย ด้วยรายละเอียดแล้วก็แนวทางการเล่าทำให้พวกเรารู้สึกเครียด เป็น ผู้แสดงราวกับโรคจิตเลยอ่ะ ดูแล้วซีเรียสจนกระทั่งต้องหาอะไรเย็นดับเครียด 
สำหรับหนังหัวข้อนี้ไม่ได้ทำให้น่าขนลุกนะ แต่มองแสยะมากยิ่งกว่า ภาพมันหลอนนะ แต่ว่าไม่ได้หลอนว่าผีน่าสยดสยอง แต่ว่ามันหลอนตรงสิ่งที่นักแสดงพบเจอวิบากกรรมนี่แหละ รวมทั้งจะหลอกไปอีกนานเท่าที่พวกเราจำเรื่องได้ ภาพในหนังจะเย็นหลอนยิ่งเหมือนเรือง Her
และก็สำหรับหัวข้อนี้เป็น มันสามารถหาข้อมูลได้จริงจากกูเกิ้ล ยิ่งค้นยิ่งหลอนไปใหญ่ ที่จำเป็นต้องชื่นชมสรรเสริญเลยมีหลายด้านมากมาย อีกทั้งการเล่าเรื่อง การดูแลของผู้กำกับ Ari Aster
ที่ทำให้หนังมองน่าขนลุกโดยมองไม่เห็นผีอะไรเลยสักตัวในเรื่อง ส่วนการตัวละครทำเป็นเหมาะสมที่สุดมากมาย ไม่ปลิ้น ไม่ทะลัก ไม่มีข้อบกพร่อง ส่วนภาพรวมทั้งเสียงก็เนียนมาก คือเก็บทุกรายละเอียดจริงๆ
แต่มองครั้งเดียวก็พอแล้ว เห้อไม่ใช่หนังไม่ดีนะ แต่ว่ากลัวว่าจะเครียดไปๆมาว่านี้ หนังอะไรก็ไม่รู้ตัวละครมองจิตป่วย บรรยากาศบีบคั้นสุดอ่ะ ถือว่าเก่งมากจริงๆทั้งคนกำกับทั้งยังดารา 
แต่ว่าถ้าเกิดผู้ใดถูกใจดูหนังแนวนี้ก็แนะนำว่าควรจะไปดูเป็นอย่างมาก น่าจะเป็นหนังในดวงใจของคุณได้เลยล่ะ ถ้าเช่นนั้นอย่าคอยช้าใครถูกใจหนังบรรยากาศนี้ไม่ควรพลาดเด็ดขาด ด้วยเหตุว่าเป็นหนังที่จะทำให้ท่านติดตาติดใจไปอีกนานเลย

Little Boy (2016) มหัศจรรย์ พลังฝันบันลือโลก

Little Boy
ชื่อไทย : มหัศจรรย์ พลังฝันบันลือโลก
ประเภท : Comedy, Drama, HD, Master, Zoom
ผู้กำกับ : อเลฮานโดร มอนเทเวอร์ดี้
นักแสดง : แครี่-ฮิโรยูกิ ทากาวะ, เควิน เจมส์, เอมิลี่ วัตสัน, ไมเคิล ราพาพอร์ต,เจคอบ ซัลวาที
วันที่เข้าฉาย : 18 กุมภาพันธ์ 2559
ภาพยนตร์ดราม่า อารมณ์ขันปนขมขื่น ว่าด้วยเรื่องราวในยุคสงครามโลก Little Boy มหัศจรรย์
พลังฝันบันลือโลก ไม่ใช่หนังแอคชั่น หรือหนังซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อ
แต่เป็นภาพยนต์ที่แสดงถึงความรักความหวัง
Little Boy เป็นเรื่องราวของเด็กน้อยนาม Pepper Flynt Busbee
เด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งปรารถนาจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้พ่อกลับมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2
ถึงแม้ว่าข่าวลือต่างๆจะน่ากลัวขนาดไหนแต่ เพพเพอร์ ฟลินท์ บัสบี (เจคอบ ซัลวาที)
ก็ยังเชื่อมันไม่เปลี่ยนแปลง
เรื่องย่อ
เพพเพอร์ ฟลินท์ บัสบี (เจคอบ ซัลวาที) เกิดมาตัวเล็กมาก ๆ
จนใครต่อใครในเมืองก็บอกว่าเด็กน้อยเกิดมาเป็นคนแคระ เมื่อเขาอายุได้ 7 ขวบ
สหรัฐอเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่น พ่อของเพพเพอร์ถูกเกณฑ์ไปรบในสมรภูมิ ทำให้ เพพเพอร์
กระวนกระวายใจว่าคนที่เขารักมากที่สุดในโลกจะหายสาบสูญไปตลอดกาล
วันหนึ่งเพพเพอร์ได้บังเอิญไปเห็นข้อความในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
ว่าถ้ามีความเชื่อก็สามารถทำในสิ่งที่ทำไม่ได้ ให้สามารภทำได้ เพพเพอร์จึงบอกตัวเองว่า
จะต้องเชื่อว่าพ่อจะต้องกลับมา ในซักวัน!…

ภาพยนต์ญี่ปุ่นสยองขวัญ

1.Tokyo Ghoul
“คาเนกิ เคน” นักศึกษามหาลัยธรรมดาที่ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ โดยเขาได้พบกับ “คามิชิโระ ริเสะ”
ในร้านคาเฟ่ อันเทย์คุ ที่ชอบไปประจำ เพราะความชอบที่เหมือนกันทำให้ทั้งคู่สนิทกันได้เร็ว
ต่อมาคืนหนึ่งคาเนกิก็ได้รู้ว่า ริเสะ คือ กูล สิ่ง มีชีวิตที่กินมนุษย์เป็นอาหาร ซึ่งได้รับฉายาว่า จอมเขมือบ
แต่แล้วก็มีเหตุการณ์หนึ่งทำให้คาเนกิต้องกลายเป็นกูลไป
จนได้ทำงานที่ร้านคาเฟ่อันเทย์คุซึ่งพนักงานในร้านล้วนเป็นกูลทั้งหมด
2.Higurashi No Naku Koro Ni
อนิเมะที่ถูกสร้างขึ้นจากเกมแนว Visual Novel และถูกทำเป็นมังงะ และได้รับกระแสตอบรับมากในญี่ปุ่น
โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับ เคอิจิ เด็กหนุ่มที่ต้องย้ายไปเรียนที่หมู่บ้านฮินามิซาวะ
และได้พบกับเรื่องราวสุดสยองขวัญหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งในอนิเมะเราจะได้ดูบทปริศนา พร้อมกับเฉลยรวม 8
บทด้วยกัน และจะได้เห็นตัวละครตายแบบสยองขวัญจนกว่าจะคลี่คลายเรื่องราวได้เลยทีเดียว
3.Deadman Wonderland
“อิงาราชิ กันตะ” เด็กหนุ่มมัธยมต้น แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ทำให้กันตะต้องกลายเป็น “ผู้ต้องหา”
คดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชั้นเรียนและถูกส่งตัวเข้าไปขังใน Deadman Wonderland เพื่อรอการประหาร
ทำให้เขาได้รู้จักกับ “ชิโระ”สาวน้อยปริศนาแถมได้ค้นพบว่าตัวเองนั้นมีพลังประหลาดเพื่อต่อสู้กับ
เหล่านักโทษจนหมด
4.Corpse Party
อนิเมะสยองขวัญที่มาจากเกมแนว Visual Novel ที่ขายดีอีกเกม ซึ่งเป็นเรื่องราวของซาโตชิ
และผองเพื่อนที่เผอิญไปทำพิธีกรรมแบบประหลาดตามคำขอของเพื่อน
ทำให้ต้องไปติดอยู่ในอีกมิติหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าวิญญาณอาฆาต
5.Jigoku Shoujo
อนิเมะจากมังงะแนวสาวน้อย ที่เป็นเรื่องราวของการล้างแค้นผ่านทางเว็บไซต์มรณะ
เพื่อลากคนที่เราต้องการแก้แค้นไปลงนรกจากตุ๊กตาฟางที่ได้รับจากสาวน้อยที่ ชือว่าเอ็นมะ ไอ
ซึ่งเธอนั้นจะมีผู้ช่วยเป็นเหล่าภูตผีในตำนานของญี่ปุ่น เพื่อช่วยในกันจับคนลงนรก
6.Soul Eater ยมทูตแสบสายพันธุ์ซ่า
มากะ อัลบาร์น ผู้ใช้อาวุธ กับอาวุธเคียวปีศาจ โซล อีทเตอร์ ที่ตั้งใจรวบรวมไข่วิญญาณ คิชิน ได้ 99 ดวง
และเมื่อได้วิญญาณของแม่มดอีก 1 ดวง เพื่อทำให้อาวุธกลายเป็น Death Scythe อาวุธสุดยอดของเหล่ายมฑูต
แต่ผลสุดท้ายทั้งคู่ได้วิญญาณดวงสุดท้ายที่ไม่ใช่วิญญาณของแม่มด แต่กลับกลายเป็นวิญญาณของแมวที่ชื่อว่า
แบลร์ ท่านยมทูตจึงทำการให้ทั้งสองจึงต้องเริ่มรวบรวมวิญญาณใหม่และต้องร่วมมือกับ แบล็คสตาร์ และ สึบากิ
ในบทเรียนซ่อมที่ท่านยมทูตได้กำหนดให้…

ประวัติพระเอกตลอดกาล ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นหูของคอหนังเป็นอย่างมากเพราะว่าเขาเป็นพระเอกในใจของใคร หลายๆคน
การเเสดงของเขาต้องบอกว่าเป็นที่ถูกใจของคอหนังทั่วโลกเรามาดูประวัติของเขาว่ามีความเป็นมาที่น่าสนใจยังไงบ้าง ค.ศ. 1990
หลังจากที่เขาเข้าเรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์ Mickeys Safety Club
เเล้ว ก็มีโอกาสให้เขาได้เล่นละครทีวีซีรีส์ ในบทจอช กับเรื่องCritters 3 ในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งเขาได้บทประจำซิตคอมเรื่อง Growing
Pains เเละเป็นบทแจ้งเกิดในภาพยนตร์ของเขาคือโทเบียส วุล์ฟในภาพยนตร์ดัดแปลงอัตชีวประวัติของวุล์ฟเรื่อง This Boy’s Life
แสดงร่วมกับ โรเบิร์ต เดอ นีโร และเอลเลน บาร์กกินเเละจากนั้น ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ได้แสดงร่วมกับ จอห์นนี เดปป์ในปี
2536 เรื่อง What’s Eating Gilbert Grapeได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์และลูกโลกทองคำเป็นครั้งแรกจา
กผลงานในบทชายหนุ่มพิการทางปัญญา เเละได้รางวัลมากมายทั้ง
National Board of Review Award ด้าน Best Supporting Actor
และรางวัล Los Angeles Film Critics Association’s New Generation Award
ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ในปี 2538 ได้รับบทในหนังตะวันตกเรื่อง The
Quick and the Dead แสดงกับ ชารอน สโตน และ จีน แฮกแมน
กำกับโดยแซม ไรมีและรับบทเป็น จิม คาร์โรล คนติดยาเเละในภาพยนตร์เรื่อง The Basketball Diaries
และยังได้รับบทเป็นอาร์เธอร์ริมโบด์นักกวีที่มีปัญหาทางเพศในหนังของแอกนีซกา ฮอลแลนด์ เรื่อง
Total Eclipseถัดมา ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ได้แสดงภาพยนตร์ เรื่อง William
Shakespeare’s Romeo + Juliet ของแบซ เลอร์แมนน์
ทำให้เขาได้รับรางวัล Best Actor Award ที่ Berlin International
Film Festivalผลงานของเขาก็มีอย่างต่อเนื่อง ปี 2540 ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
ได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง ไททานิก
ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ
สำหรับภาพยนตร์เรื่องไททานิกได้รับรางวัลออสการ์ 11 รางวัล
รวมทั้ง Best Picture และยังคงเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้อันดับ 2
ของโลกรองจากเรื่อง อวตารอีกด้วย
เเละในภาพยนตร์เรื่อง เรื่อง Catch Me If You Can ในปี 2545
กำกับการแสดงโดย สตีเวน สปิลเบิร์ก ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำเป็นครั้งที่ 3 อีกด้วย
สำหรับบทบาท แฟรงค์ อบาเนล และต่อมาในปีเดียวกัน
เขาได้แสดงในภาพยนตร์ดรามาเรื่อง Gangs of New York
เป็นการร่วมงานครั้งแรกของเขากับมาร์ติน สกอร์เซซี ผู้กำกับการแสด
ถือเป็นนักเเสดงที่มากความสามารถอย่างมากสำหรับ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
เเละนี้คือชีวิตในการเล่นหนังส่วนหนึ่งของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
ที่เป็นนักเเสดงที่มีเเฟนคลับได้ติดตามผลงานของเขาอย่างมาก
กับบทบาทที่เขาได้รับทำให้เเฟนหนังได้ติดตามเเละรักเขาอย่างมากในทุกเรื่องที่เล่น…

เปิด 3 หนังแอคชั่นสุดมันส์ที่บู๊ล้างผลาญจนคุณนั่งไม่ติดเก้าอี้

แฟนหนังแอคชั่นหลายคนน่ากำลังจิตใจจดจ่ออยู่กับภาพยนตร์เรื่อง จอห์น วิค
หลังก่อนหน้านี้ขึ้นแท่นเป็นสุดยอดหนังแอคชั่นทำเงินมาแล้วกับสองภาคที่ออกมา
ขณะเดียวกันหนังแอคชั่นก็เคยมีหลายเรื่องเคยขึ้นมาสร้างกระแสจนบางเรื่องถูกยกให้เป็นสุดยอดหนัง
แนวนี้มาแล้วเช่นเดียวกับหนังแอคชั่นสามเรื่องที่เราจะมาแนะนำกัน ไปติดตามกันเลย
คนระห่ำปืนเดือด
ใครที่ชื่นชอบหนังแอคชั่นแนววางแผนก็ต้องไม่พลาดเรื่องนี้กับคนระห่ำปืนเดือด
ที่นำแสดงโดยหนึ่งในยอดนักแสดงจอมบู๊กล้ามโตอย่าง มาร์ค วอลเบิร์ก มาร่วมนำแสดง
โดยเรื่องว่าด้วยสุดยอดนักแม่นปืนที่โดนซ้อนแผนให้เป็นแพะรับบาปคดีสังหารประธานาธิบดีสหรัฐอมเริกาทำให้เขาถูกตามล่า
และต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆซ่อนๆขณะที่จอใบ่งการก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือกลุ่มขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทนนั่นเอง
โดยหนังถ่ายทอดความคิดของตัวละครออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างการตามไขปัญหาจากเจ้าหน้าที่เอฟบี
ไปรายหนึ่งที่รู้ว่าตัวเอกบริสุทธิ์ทำให่ตัดสินใจร่วมช่วยเหลือเขาจนเป็นที่มาของการวางแผนล่าแค้นคนชั่ว
ที่เคยใส่ร้ายป้ายสีเขา และเป็นที่มาของอภิมหาความมันส์ของภาพยนตร์เรื่องนี้

ทรานส์สปอร์เตอร์
เจสัน สเตแธม คือหนึ่งในสุดยอดดาวบู๊แห่งวงการหนังฮอลลีวู้ด
ซึ่งภาพยนตร์เรื่องทรานส์สปอร์เตอร์คือหนังที่ทำให้หลายคนจำเขาได้ติดตากับลีลาบู๊ระดับพระกาฬ
โดยหนังว่าด้วยอดีตทหารหน่วยพิเศษที่ผันตัวมาเป็นคนขับรถรับจ้างส่งของที่มีฝีมือการขับรถในระดับสุด
ยอดแถมยังมีฝีมือกับวิชาป้องกันตัว
หลายคนที่ชื่นชอบหนังเรื่องนี้คือภาพลักษณ์ของพระเอกที่ดูเท่ห์มาในชุดสูทสวมถุงมือสีดำตลอดเวลาขับ
รถแถมลีลาการขับก็มันส์จนติดตาใครหลายคน
และด้วยความฮิตนี้ทำให้มันถูกสร้างต่อมาอีกหลายภาคเลยทีเดียว

จอห์น วิค
เชื่อว่านี่น่าจะเป็นหนังแอคชั่นที่กำลังได้รับความนิยมที่สุดในยุคนี้เลยทีเดียว โดยภาพยนตร์ จอห์น วิค
ได้นักแสดงอย่าง คีร์อานูรีฟ มารับบทเป็นอดีตนักฆ่าที่วางมือไปแล้ว
แต่ถูกรังควาญจากกลุ่มอันธพาลจนทำให้เขาต้องสูญเสียหมาอันเป็นที่รักทำให้เขาตัดสินใจกลับมาจับปืน
อีกครั้งเพื่อล้างแค้นพวกมัน ซึ่งหนังให้ความสมจริงสุดๆในฉากบู๊เพราะ คีร์อานูรีฟได้รับการฝึกการยิงปืน
และศิลปะป้องกันตัวจากมืออาชีพนั่นทำให้คนติดใจลีลาการบู๊ของเขาแบบสุดๆจนถูกนำมาสร้างต่อในภาคสอง และสามที่กำลังจะเข้าฉายในปีหน้า…

จัดอันดับยอดหนังอนิเมชั่นจากค่ายดิสนีย์ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล

หากพูดถึงวงการอนิเมชั่นในแวดวงฮอลลีวู้ดค่ายที่ได้รับความนิยม
และไม่มีตกอันดับมาจนถึงเวลานี้คงนีไม่พ้นดิสนีย์ที่ปัจจุบันยังคงผลิตภาพยนตร์อนิเมชั่นออกมาให้แฟนๆ
ได้ชมกันเรื่อยๆ แต่ก่อนหน้าที่อนิเมช่นจะเปลี่ยนยุคมาใช้เทคโนโลยีแบบใหม่
ย้อนกลับไปในยุคที่เป็นตัวการ์ตูนก็มีอนิเมชั่นจากค่ายนี้หลายเรื่องครองใจผู้คนจนเป็นอมตะตลอดกาลไปแล้ว และนี่คือ 3 เรื่องที่เราจะกล่าวถึง

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร
นี่คือสุดยอดอนิเมชั่นรักที่ดิสนีย์ได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลามที่อัดแน่นไปด้วยความสนุก
และมนสเน่ห์ของเรื่องอยู่ตลอดเวลาหนังว่าด้วยเจ้าชายคนหนึ่งถูกนางฟ้าที่มองว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวเสก
ให้กลายเป็อสูรร้ายหน้าตาอัปลักษ์รวมไปถึงข้าราชบริพารที่ถูกเสกให้กลายเป็นสิ่งของ
และทำให้พวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่แค่ในปราสาทหลังโตที่ซึ่งอยู่ในป่าอันลึกลับ ก่อนที่เวลาต่อมา เบล เด็กสาวบ้านๆธรรมดา
แต่หน้าตาสวยได้ค้นพบปราสาทโดยบังเอิญเพื่อช่วยพ่อที่ถูกจับไว้แต่ต้องเจอกับอสูรร้ายทำให้เธอถูกนำ
ตัวแลกเปลี่ยนกับอิสระภาพของผู้เป็นพ่อแทน
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่สุดแสนจะมหัศจรรย์
ซึ่งนอกจากเนื่องเรื่องจะถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีเพลงประกอบก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

มู่หลาน
หนึ่งในอนิเมชั่นยุคแรกๆที่อ้างอิงมาจากวรรณกรรมของจีนที่ทางดิสนีย์ภูมิใจนำเสนอ
โดยกระแสตอบรับที่ออกมาในเวลานั้นได้รับความนิยมแบบสุดๆเพราะไม่ใช้แค่หนังจะสนุกเท่านั้น
แต่ยังมีของเล่นผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ชื่นชอบของเด็กหลายคนขณะที่เนื้อเรื่องว่าด้วยหญิงนาม มู่หลาน
ผู้เกิดในครอบครัวที่พ่อของเขาถูกเรียกไปเป็นทหารตอยอายุเยอะด้วความเป็นห่วงเธอจึงอาสาไปแทนโดย
ไม่ให้พ่อของเธอรู้ด้วยการปลอมตัวเป็นชายแฝงเข้าไปอยู่ในกองทัพ
ซึ่งกองทัพดังกล่าวต้องต่อสู้กับเหล่าผู้รุกรานจากมองโกเลียทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้จนนำไปสู่การ
พบรักจากนายพลแห่งกองทัพจีน หากใครยังไม่ได้ดูต้องไปหามาดูโดยด่วน

ไลออนคิงส์
นี่คือสุดยอดอนิเมชั่นอมตะตลอดกาลของดิสนีย์ที่ขึ้นแท่นทำรายได้ถล่มทลายมาแล้วทั่วโลกแถมยังเป็นหนังที่เปรียบเสมือนหน้าตาของค่ายนี้เลยทีเดียว
โดยหนังถูกถ่ายทอดออกมาได้จับความรู้สึกคนดูแบบอยู่หมัดอีกท้ังฉากเศร้าตอนที่พ่อของตัวพระเอกเสีย
ชีวิตเรียกน้ำตาผู้ชมได้เยอะทีเดียว
และเป็นฉากดังที่ยังคงพูดถึงมาจนทุกวันนี้อีกทั้งหลังประสบความสำเร็จในภาคแรกก็มีภาคสองปล่อยออกมา ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้กัน