ภาพยนต์

แนะนำหนังรีเมกคุณภาพ ถึงสร้างใหม่ แต่ความประทับใจไม่ลดลง

หนังหลายๆ เรื่องที่ถูกสร้างมา แม้จะออกมายอดเยี่ยมมีคุณภาพ
สร้างความประทับใจให้กับคนดูได้ขนาดไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผ่านยุคสมัยที่ต่างกัน
ผู้สร้างหนังหลายๆ คนก็มักเลือกที่จะปัดฝุ่นเรื่องราวเหล่านั้น
แล้วนำหนังเหล่านั้นกลับมาสร้างอีกครั้ง เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันยิ่งขึ้น
วันนี้เราจะมาแนะนำหนังรีเมกคุณภาพ ที่คุณไม่ควรพลาด

  1. City of Angels
    ภาพยนตร์รักดราม่าผสมแฟนตาซี สร้างขึ้นในปี 1997 ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก
    Wings of Desire ว่าด้วยเรื่องราวความรักของ “เซธ” เทวดาที่ตกหลุมรักมนุษย์
    เขาต้องตัดสินใจเลือกระหว่างหน้าที่จากสวรรค์กับรักแท้บนโลกมนุษย์
    เรื่องนี้ได้ดาราดังอย่าง นิโคลัส เคจ และ เม็ก ไรอัน มารับบทนำ
    พร้อมความประทับใจก้วยเพลงประกอบสุดไพเราะอย่าง “Angel” ของซาราห์
    แมคลาชแลน
  2. The Departed
    ภาพยนตร์อาชญากรรมดีกรีรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเมื่อปี 2007
    ผลงานของผู้กำกับมาร์ติน สกอร์เซซี่ ที่รีเมกมาจากหนังฮ่องกงสุดเดือดอย่าง Infernal
    Affairs ว่าด้วยเรื่องราวภารกิจแฝงตัวของตำรวจและแก๊งมาเฟีย
    โดยได้ดาราระดับท็อปอย่าง ลีโอนาโด ดิคาปริโอ, แม็ตต์ เดมอน และ แจ๊ค นิโคลสัน
    มารับบทนำ
  3. Dawn of the Dead
    ผลงานรีเมกจากต้นฉบับปี 1978 โดยผู้กำกับ แซ็ก สไนเดอร์ ได้นำมาเล่าใหม่อีกครั้ง
    ว่าด้วยเหตุการณ์สุดระทึกเมื่อมหันตภัยซอมบี้ได้ถล่มเมือง
    ทำให้เหล่าผู้รอดชีวิตต้องมาเจอกันและใช้ห้างสรรพสินค้าเป็นที่หลบภัย
  4. The Italian Job
    ผลงานแอคชั่น-อาชญากรรม สุดที่รีเมกจากเวอร์ชั่นปี 1969
    ว่าด้วยเรื่องราวแผนปล้นที่ไร้ช่องโหว่ แต่มีอันตรายอย่างเดียวที่คาดไม่ถึง
    เมื่อมีสมาชิกคนหนึ่งที่กลายเป็นคนหักหลังพวกเขา
    จากแผนการปล้นต้องกลับกลายเป็นการแก้แค้น แสดงนำโดย มาร์ค วอห์ลเบิร์ก,
    เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน และ ชาร์ลิซ เธอรอน
  5. The Mummy
    หนังรีเมกสุดฮิตโดยผู้กำกับ สตีเฟ่น ซอมเมอร์ส สู่ภาพยนตร์ แอคชั่น-ผจญภัย
    ในดวงใจหลายๆ คน เมื่อนักโบราณคดีกลุ่มหนึ่งที่เดินทางมาแสวงหาสมบัติที่สาปสูญ
    แต่พวกเขากลับปลุกคำสาปอาถรรพ์ที่คืนชีพให้กับมัมมี่ และนำความสยดสยอง
    นำไปสู่เรื่องราวการผจญภัยสุดมันส์
  6. House of Wax
    ภาพยนตร์สยองขวัญที่รีเมกจากปี 1953
    ว่าด้วยเรื่องราวของวัยรุ่นที่ต้องเผชิญกับพิพิธภัณฑ์ขี้ผึ้ง แต่เรื่องราวไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
    เมื่อพวกเขาพบว่ากำลังถูกตามล่าโดยฆาตกรวิกลจริต
    และต้องหาทางออกจากที่นั่นให้ได้
    ก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นหุ่นขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นไปตลอดกาล
  7. The Lake House
    หนังรักแฟนตาซีจากปี 2006 ที่รีเมกจากหนังรักเกาหลีในดวงใจของใครหลายๆ
    คนอย่าง Il Mare เรื่องราวความรักของคนสองคน จากสองช่วงเวลา
    ที่เชื่อมโยงกันด้วยจดหมายและตู้ไปรษณีย์เดียวกัน
ภาพยนต์

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1999 : Tarzan

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1999
เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Tarzan
ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Walt Disney
ที่ดัดแปลงมาจากนิยายขายดีของ เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรห์ส
ภายใต้ฝีมือการกำกับของ เควิน ลิม่า และ คริส บั๊ค
ภาพยนตร์ Tarzan
กล่าวถึงเรื่องราวการผจญภัยอันล้ำลึกของทารกกำพร้าในป่าใหญ่
ที่ถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวกอริล่า
และได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในสมาชิกของฝูงในที่สุด
พร้อมทั้งใช้ชีวิตเที่ยวเล่นและดำรงชีพประหนึ่งกอริลล่าตัวหนึ่ง
แต่เมื่อ ทาร์ซาน เติบใหญ่เป็นหนุ่ม
มีสัญชาตญาณเยี่ยงสัตว์ป่าตัวหนึ่ง และความแข็งแรงทางกาย
เยี่ยงนักกีฬาซุปเปอร์สตาร์คนหนึ่ง
ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปชั่วนิรันดร์
เมื่อในที่สุดเขาได้พบกับมนุษย์คนอื่นๆ
ซึ่งทำให้เขารู้สึกได้ถึงความผูกพันธ์อันไม่อาจต้านทานได้ในทันที
อย่างไรก็ตาม การได้พบกับ เจน พอร์เตอร์
ที่กำลังโตเป็นสาว และเป็นรักแรก เปรียบเสมือนดาบสองคม เมื่อ ทาร์ซาน
ได้พบว่าซีอีโอของบริษัทพ่อแม่ตัวเองยังคงหาพลังงานพิเศษในป่า
แห่งนั้น เหตุการณ์ที่ดูซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง
แต่คราวนี้เขาเป็นผู้ใหญ่มากพอจะหยุดยั้งมันได้
พร้อมกับที่ต้องดูแล เจน อันเป็นที่รักไปด้วย
แน่นอนว่า Tarzan ไม่ใช่ของใหม่ในสายตาผู้ชม
เพราะนิยายคลาสสิคตลอดกาลเรื่องนี้ผ่านการดัดแปลง
เป็นเวอร์ชั่นต่างๆ มากมาย แต่เมื่อมาอยู่ในมือเจ้าพ่อแอนิเมชั่นอย่าง
Walt Disney แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา และได้รับการจับตามอง
รวมถึงความคาดหวังอย่างมาก
ซึ่งสุดท้าย Walt Disney และสองผู้กำกับอย่าง เควิน ลิม่า –
คริส บั๊ค ก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง
เมื่อสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของภาพยนตร์แอนิเมชั่น Tarzan
ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจ้ะเป็นฉากแอ็คชั่น – โรแมนซ์ –
ดราม่า ล้วนสอดคล้องกันได้เป็นอย่างดี
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Tarzan
จะกวาดรายได้จากการเข้าฉายทั่วโลกไปกว่า 448 ล้านดอลลาร์
ทั้งที่ใช้ทุนสร้างแค่ 88 ล้านดอลลาร์
และกลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่งตลอดกาล
ถึงขนาดที่ว่าไม่มีเวอร์ชั่นไหนสามารถก้าวข้ามพวกเขาไปได้
นอกจากนี้ เพลงประกอบของภาพยนตร์แอนิเมชั่น Tarzan
ก็โดดเด่นและติดหูติดใจผู้ชมทั่วโลก โดยเฉพาะบทเพลง You
Be In My Heartของ ฟิล คอลลินส์ ที่คว้ารางวัลอคาเดมี่ อวอร์ด
มานอนกอด ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
เช่นเดียวกับรางวัลลูกโลกทองคำ ที่Youll Be In My
Heartของ ฟิล คอลลินส์ ก็นอนมาแบบไม่พลิกโผ
พร้อมทั้งได้รางวัลแกรมมี่ อวอร์ด ดังนั้น หากคุณเป็นคอหนัง
และยังไม่ได้มีโอกาสชมภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้
ก็ควรหามาเสพสักครั้งก่อนตาย
แม้นปัจจุบันแอนิเมชั่นจะล้ำหน้าไปมากแล้วก็ตาม…

ภาพยนต์

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1998 : A Bug’s Life

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1998
เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น A Bug’s Life
หรือ ตัวบั๊กส์ หัวใจไม่บั๊กส์ ภาพยนตร์แอนิเมชันสัญชาติอเมริกันของ
พิกซาร์ ภายใต้ฝีมือการกำกับของ จอห์น แลสเซเตอร์
ภาพยนตร์แอนิเมชั่น A Bug’s Life หรือ ตัวบั๊กส์
หัวใจไม่บั๊กส์ กล่าวถึงเรื่องราวของ ฟลิค
ที่มีความคิดแปลกแยกผิดแผก อธิบายอย่างเป็นรูปธรรมคือ
แตกแถว เพราะเริ่มมีไอเดียในการประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ
ที่จะทำให้ชีวิตมดงานอย่างเขามีอะไรที่พัฒนามากขึ้น
แน่นอนว่าอุปกรณ์พวกนั้นมันไม่ได้สมบูรณ์นัก
แถมยังทำให้เสบียงที่เหล่ามดงานทั้งหลายเพียรเก็บเพื่อส่งส่วยให้ตั๊กแตน
ตกลงในทางน้ำจนหมด เหล่ามดงานต้องตั้งหน้าตั้งตาเก็บกันใหม่
ทั้งที่ยังไม่มีแม้เสบียงในส่วนของพวกตน นั่นทำให้ ฟลิค ถูกไล่ออกจากอาณาจักรมด
แต่ระหว่างเดินทาง ฟลิค ได้พบเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์
และเข้าใจว่าเพื่อนจะช่วยเหลือเขาได้ ซึ่งด้วยความไม่ตั้งใจ
กลุ่มแมลงอันได้แก่ ผีเสื้อ หนอนอ้วน เต่าทอง
และอีกมากมายที่อยู่ในคณะละครสัตว์ ก็ได้กลับมายังอาณาจักรมด
พร้อมกับ ฟลิค เพื่อภารกิจทวงคืนอิสรภาพ
แม้เรื่องราวในภาพยนตร์แอนิเมชั่น A Bug’s Life หรือ
ตัวบั๊กส์ หัวใจไม่บั๊กส์ จะถูกสร้างขึ้นจากธีมง่ายๆ
เรื่องมดถูกกดขี่โดยฝูงตั๊กแตน แต่เรื่องราวง่ายๆ
นี้ถือได้ว่าเป็นอมตะในเรื่องของแง่คิด ที่นำไปใช้ได้กับทุกเรื่องราวใช้ได้กับทุกช่วงวัย
เพราะมันไม่ง่ายนักที่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ถูกกดขี่มานาน
ใช้ชีวิตเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ โดยเห็นเป็นเรื่องปกติ
จะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างให้มีอิสระจากการกดขี่นั้นเสียที
เหมือนเช่นอาณาจักรมดที่ถูกสะกิดจากความผิดพลาดของ ฟลิค
ทั้งที่มันเป็นเพียงการสะกิดเล็กๆ ที่มดตัวอื่นๆ
เห็นว่ามันจะทำให้การสะสมเสบียงที่ทำอยู่ต้องทำมากกว่าปกติเท่านั้น
และมิได้ฉุกคิดว่าเหตุใดพวกเขาจะต้องหลังคดหลังแข็งเพื่อให้ฝูงตั๊กแตนอิ่มท้องด้วย
กลายเป็นการตั้งคำถามกับชีวิต
ซึ่งหากการเปลี่ยนแปลงและความคิดจะลุกขึ้นสู้ของ ฟลิคไม่สำเร็จ เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร
แน่นอนว่าอาณาจักรมดคงถูกถล่ม แต่คงไม่ใช่จะล่มสลาย
เพราะอย่างไรตั๊กแตนก็ยังต้องพึ่งพาเจ้ามดตัวเล็กๆ
พวกนี้ในการสะสมเสบียงอาหาร
และมดทั้งหลายจะกลับเข้าสู่วิถีชีวิตเดิม
แต่หากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สำเร็จ มันจะเป็นเช่นไร
เสบียงที่เคยสะสมและต้องปันส่วนให้ต๊กแตน ก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว
พวกมดเป็นผู้หามา พวกมดเองจะได้เป็นเจ้าของทั้งหมด
และแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงคงทำไม่ได้ หาก ฟลิค ไม่มีเพื่อนคอยช่วย
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ดูง่ายดูสบายอย่าง A Bug’s Life
หรือ ตัวบั๊กส์ หัวใจไม่บั๊กส์ จะเบียดแอนิเมชั่นที่เข้าฉายในปีเดียวกันอย่าง Antz
หลุดเฟรมแบบไม่เห็นฝุ่น พร้อมกวาดรายได้เข้ากระเป๋า 363
ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 45 ล้านดอลลาร์
พร้อมทั้งส่งทีมผู้สร้างอย่าง พิกซาร์
กลายเป็นสตูดิโอที่น่าจับตามองในวงการภาพยนตร์แอนิเมชั่นของฮอลลีวู้ด
หลังเปิดตัวอลังการกับ Toy Story และ A Bug’s
Life หรือ ตัวบั๊กส์ หัวใจไม่บั๊กส์ ที่เราได้กล่าวถึงไป…

ภาพยนต์

6 มังงะสุดสนุก แต่ไปไม่รุ่งเมื่องสร้างเป็นอนิเมะ ตอน 1

วงการอนิเมะเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงระยะหลังสวนทางกับมังงะตีพิมพ์ที่นับวันยิ่งถอยลงมา
และบางส่วนก็ปิดตัวลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับสำนักพิมพ์
โดยอนิเมะนั้นได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
และมีการขายผ่านทางออนไลน์ไม่ใช่เพียงแค่ผ่านดีวีดีหรือฉายทางฟรีทีวีอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน
เดิมทีการ์ตูนที่จะนำมาสร้างเป็นอนิเมะต้องเป็นการ์ตูนที่มีคุณภาพ และมีเนื้อเรื่องที่สนุก
นั่นเพราะกระบวนการทำอนิเมะค่อนข้างใช้เงินสูง
แต่ก็มีหลายเรื่องถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะมากมาย
ทว่าก็มีเหล่าการ์ตูนสนุกที่ได้รับความนิยมยามที่เป็นมังงะ
แต่หลังทำเป็นอนิเมะกลับไปไม่รอดซะอย่างนั้น
เราจะขอรวบรวมมาให้คุณดูว่าเรื่องใดบ้างที่จบไม่สวยเมื่อกลายเป็นอนิเมะ ไปติดตามกันได้เลย

เรียกเขาว่าอีกา
เริ่มกันที่เรื่องแรกกับเรียกเขาว่าอีกา
ถือเป็นการ์ตูนแนวต่อยตีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดถึงขนาดที่ว่าหากพูดถึงการ์ตูนแนวนี้
อีกาคือชื่อแรกที่คนจะนึกถึง จริงๆแล้วในยุคของอีกาก็มีอีกหลายเรื่องที่ได้รับความนิยม
แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนจะสู้เรื่องนี้ได้เลย แถมคาแรคเตอร์ยังโดนในทั้งเรื่องของการแต่งตัว
และบุคลิกต่างๆที่เรียกได้ว่าเท่ห์สุดๆจนกลายเป็นอิทธิพลที่ในชีวิตจริงมีคนแต่งตามจำนวนมาก
และด้วยความสนุกมันจึงถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะ แน่นอนว่าการ์ตูนเรื่องนี้ต้องได้รับความนิยม
และสนุกขึ้นแน่นอนในความคิดของใครหลายคน
ทว่าเอาเข้าจริงกลับไปไม่รอดซะอย่างนั้นจนท้ายที่สุดทำออกมายังไม่ทันจบภาคแรกก็หยุดผลิต
ไปกลางคัน แม้ในมังงะจะมีการสร้างภาคต่อ และได้รับความนิยมเช่นกัน
แต่ก็ไม่มีการสร้างภาคต่อในอนิเมะอีกเลย

บากิ ยอดคนประจัญบาน
หากพูดถึงการ์ตูนแนวบู๊คงไม่มีเรื่องไหนที่จะได้รับความนิยมมากไปกว่าเรื่องนี้อีกแล้วกับ บากิ
ยอดคนประจัญบาน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าสนุกสุดๆจริงๆ สำหรับบากิที่เป็นเวอร์มังงะ
ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ซึ่งก็ไม่น่าแปลกเพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจอย่างมาก
และยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนแถมภาคหนึ่งเรียกได้ว่าสนุกที่สุด
ยังได้รับการยกย่องว่าออกแบบฉากบู๊ได้ดีจริงๆ
และหากได้ทำเป็นอนิเมะภาพเคลื่อนไหวอย่างนี้จะต้องสนุกแน่ๆ
แต่เอาเข้าจริงกลับไปคนละทางเมื่อกลายเป็นว่ามันไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร
และคนส่วนใหญ่ก็หันไปเสพบากิแบบเป็นมังงะมากกว่าซะอย่างนั้น

นูระหลานจอมภูต
หนึ่งในการ์ตูนยุคใหม่ของสำนักพิมพ์จั๊มที่เป็นเนื้อเรื่องแตกต่างจากที่เคยมี
มาจากการหยิบเอาปิศาจของญี่ปุ่นมาสร้างเป็นตัวละครต่างๆ
และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นนูราริเฮียง
ปิศาจคอยาว ผีหัวขาด
ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไปแถมลายเส้นยังดูมีพลังเหมาะกับการ์
ตูนแนวนี้ ด้วยความนิยมมันจึงถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะ
แต่ก็จบไม่สวยเหมือนสองเรื่องก่อนหน้านี้เมื่อได้ฉายเพียงไม่กี่ตอนก็ต้องถูกตัดจบลงไปเป็นที่เรียบร้อย…

ภาพยนต์

Maebia แม่เบี้ย

เรื่องย่อ แม่เบี้ย
แม่เบี้ย ภาพยนตร์จากบทประพันธ์ของ วาณิช จรุงกิจอนันต์ 
บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชนะชล 
หนุ่มนักธุรกิจที่เดินทางมาทัวร์ชมบ้านทรงไทยริมน้ำที่จังหวัดสุพรรณบุรี 
จนมาเจอกับ เมขลา ไกด์สาวและเจ้าของบ้านเรือนไทย 
นำมาสู่ความสัมพันธ์ต้องห้ามเพราะชนะชลมีครอบครัวอยู่แล้ว 
และก็ความลึกลับที่ซ่อนอยู่ในบ้านเรือนไทยนั้นคือ งูยักษ์ 
ที่รอออกมาปรากฎกายทุกครั้งเพื่อเตือนเมขลาถึงความดำมืดแห่งราคะและไฟโลกีย์
หนัง แม่เบี้ย (Maebia)
ประเภทหนัง : Drama
จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม
ผู้กำกับ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล
บทประพันธ์ วาณิช จรุงกิจอนันต์
วันที่เข้าฉาย : 17 เดือนกันยายน 2558
นักแสดงนำ ชาคริต แย้มนามอ้อม กานต์พิสชา

ภาพยนต์

หนัง Tomb Raider – ทูม เรเดอร์

Tomb Raider โอกาสใหม่ปลุกชีพแม่หญิงลาร่า
ในปี 2001 ได้มีการนำเอาเกมส์ Tomb Raider มาสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก
โดยให้แองเจลิน่า โจลี รับบาท ลาร่า ครอฟต์ ได้รับเสียงตอบรับและรายได้ดีใช้ได้
จนได้เข็นภาค 2 ตามมาติดๆซึ่งภาค 2 ล้มเหลวในด้านคำวิจารณ์และรายได้ ทำให้เป็นการปิดประตูภาคต่อไปสมบูรณ์
ในเมื่อหนังสร้างแล้วไม่เวิร์ค เจ้าของลิขสิทธิ์เลยรีบูทเกมส์ขึ้นมาใหม่ในปี 2013
ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมากจนไปเตะตาเข้ากับวอร์เนอร์บราเธอร์
จนได้ติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างเป็นภาพยนตร์เวอร์ชั่นใหม่ โดยอ้างอิงจากเกมส์เวอร์ชั่นรีบูทใหม่นั่นเอง
โดยเรื่องราวในภาคนี้เป็นการนับ 1 ใหม่สำหรับทุกคนที่ไม่เคยดู
ตัวหนังเองจะพาพวกเราไปพบกับลาร่า สมัยที่ยังไม่ได้เป็นนักล่าสมบัติมืออาชีพที่เก่งกาจในการต่อสู้ต่างๆ
ในแบบเวอร์ชั่นก่อนหน้า ซึ่งในส่วนนี้ตัวหนังเองค่อนข้างทำได้ดีทีเดียว
มีความเรียล มีความสมจริง มีเหตุและผลมารองรับต่างๆนานา
รวมทั้งเป็นหนังที่เน้นความสมจริงเข้าว่า
เรื่องราวตำนานความมหัศจรรย์ของเวทมนตร์ในแบบเวอร์ชั่นเกมเลย
ถูกปรับเปลี่ยนองค์ประกอบบางอย่างเพื่อให้ไม่เวอร์วังเกินไป
ในส่วนนี้อาจทำให้คอเกมส์หลายคนไม่ค่อยพึ่งพอใจเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวผมเองนั้น
ยอมรับได้และก็เข้าในใจการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์
ฉากแอคชั่นต่างๆได้ถูกดีไซน์และอ้างอิงจากเวอร์ชั่นเกมส์ราวๆ70% เลยก็ว่าได้
ในส่วนนี้คอเกมส์คงดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นเกมส์ที่ตัวเองเล่น ได้ขึ้นฉายบนจอภาพยนตร์
สรุปสั้นๆเลยคือ Tomb Raider ถือเป็นความพยายามที่จะคืนชีพตำนานลาร่า
ครอฟต์ขึ้นมาใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม และดูสมจริงขึ้น
ในส่วนของคอหนังนั้นบอกได้เลยว่าเป็นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
และไม่อยากจะให้เอาไปเทียบกับเวอร์ชั่นโจลี ซึ่งจุดเริ่มเรื่องก็ต่างกันแล้ว
จะให้สกีลการต่อสู้นั้นทัดเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนได้ยังไงจริงมั้ยครับ
ส่วนตัวผมเองชอบมากเป็นหนังที่สร้างจากเกมส์อันดับต้นๆที่สนุกดูเพลินและอยากดูซ้ำอีกแน่นอน…

ภาพยนต์

รีวิว Avengers : Infinity War

ความตื่นเต้น เต็มอิ่ม สนุกสนาน ตื่นเต้น และค้างคา
คือความรู้สึกหลังดู Avengers : Infinity War
หนังภาคต่อสุดอลังการ ที่ได้ผู้กำกับพี่น้องรุสโซ มาสานต่อความยิ่งใหญ่
พี่น้องคู่นี้เคยกำกับ Captain American: The Winter Soldier
และก็ Civil War โดยส่วนตัวแล้วในจักรวาล Marvel ผมชอบภาค The Winter Soldier
สำหรับในภาคนี้ตัวละครเยอะมาก แต่หนังสามารถแบ่งบท และจัดการกับตัวเนื้อหาได้เป็นอย่างดี

คุณภาพของภาพ เสียง และ3D
หนังเรื่องนี้ถ่ายทำด้วยระบบ IMAX ทั้งเรื่อง แน่นอนถ้าดูในระบบ IMAX
ภาพยิ่งใหญ่เต็มจอมาก และก็ที่ดีมากๆ, ของหนังคือ 3D นูนทั้งเรื่องเลย ไม่ใช่นูนบางฉากนะ
แต่ว่าตลอด 2 ชั่วโมงครึ่ง นูนและพุ่งเข้าหน้าตลอด คือดีงามมากจริงๆSound
ยอมรับว่าฟังแล้วดูไม่อลังการ มันไม่บิ้วพอ บางฉากคือสงครามแต่ Sound
ไม่บิ้วเท่าที่ควร อันนี้คือเสียของจริงๆถ้าจะดู Avengers
ให้เต็มอิ่มก็แนะนำเลยครับระบบ IMAX คุ้มแน่นอนครับ
ด้าน CG หนังทำเนียนมากสวยมากชอบมากๆในหนังเรื่องนี้ครับ

บทหนัง เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง
ด้วยตัวหนังที่ดำเนินมา 10 ปีของจักรวาล Marvel ทำให้ตัวละครในหนังเยอะมาก
แน่ๆการแบ่งบทสำคัญมากๆสำหรับตัวผมเองคิดว่าการแบ่งบทในเรื่องทำได้ดีมากๆ
ทุกตัวละครมีความสำคัญ มีฉากที่ทำให้ฟิน แต่อย่างที่บอกตัวละครเยอะ
จะให้ออกแต่ตัวละครที่เราชอบอาจทำไม่ได้ บางคนเลยอาจจะไม่พอใจ ทำไมตัวนี้ออกน้อยตัวนี้ออกเยอะ
การดำเนินเรื่อง หนังมี Part หลาย Part มากทำให้ฉากตัดสลับไปมา
แต่ว่าก็ดูรู้เรื่องนะ และเรื่องนี้ก็แทบไม่พูดกันเยอะ ซัดกันอย่างเดียว
ทำให้บางอย่างเหมือนไม่ได้ปูพื้นมาก่อน ทำให้ไม่อินในบางฉาก

ด้านดี
ความสนุกอันดับหนึ่งเลยครับ มันสนุกตั้งแต่ฉากแรกยันฉากจบ
สองชั่วโมงครึ่งสำหรับผมกลายเป็นเวลาแปปเดียวเอง
อีกอย่างที่ชอบมากๆคือความ DARK ของหนัง
ทำให้เรารู้สึกหดหู่ไปกับตัวหนังเลย ถึงจะ DARK แต่ Marvel
ก็ยังมีฉากมุกขำๆอยู่เยอะนะ ทุกอย่างรวมกันทำได้ดีมากๆ
และฉากจบก็ทำให้เราอยากติดตามภาคต่อไปทันทีเลย มันค้างคาสุดๆและที่ดีมากๆ
คือตัวร้ายอย่าง ธานอส เป็นตัวร้ายที่มีการปูพื้น
เข้าใจถึงความเป็นมาของตัวละคร และคนดูก็เข้าถึงตัวร้ายตัวนี้ได้เป็นอย่างดี

ด้านแย่
อย่างที่กล่าวข้างต้น ตัวละครเยอะ Part ในหนังก็เยอะ ทำให้บางฉากไม่มีการปูพื้นเลย
ทำให้ไม่อินเลยสักอย่าง โดยเฉพาะฉากสงครามในวากานด้า อันนี้ไม่อินเลย
มันแบบปุ๊บๆโผล่มา ก็งงๆมันเลยทำให้หนัง drop ลงตรงนี้มากๆทั้งๆที่เป็น Part
ไฮไลท์ของหนังเลยทีเดียว เสียดายมากๆและอีกอย่าคือ Sound ที่ไม่บิ้วเลย ไม่อลังการ รู้สึกเฉยๆกับตรงนี้มากๆ
แนะนำให้หลบสปอยกันหน่อยครับ และก็อยากให้ได้ดูในระบบ IMAX
ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ดูจบก็อยากดูซ้ำอีกหลายๆรอบเลยทีเดียว…

ภาพยนต์

รีวิว IceMan 2

Iceman 2 ภาพยนตร์นำเข้า จาก China
ซึ่งเป็นภาคต่อจากภาคแรก ในตอนนี้ได้กลับมาให้แฟนคลับ
หายคิดถึงกันแล้ว ในช่วงต้นเรื่องก็จะย้อนความเดิมในภาคที่แล้ว
เพื่อคนดูใหม่ได้เข้าใจถึงภาคก่อนและก็เป็นการทวนให้กับแฟนคลับด้วย
โดยที่ตัวละครเอก He Ying ได้มาอยู่ในโลกอนาคตเพื่อไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น
ทันใดนั้นเขาได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์เก่าที่หอสมุด
ว่าจะเกิดหายนะขั้นรุนแรงต่อครอบครัว
เขาจะสามารถเปลี่ยนชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นเพื่อคนที่เขารักได้ไหม
ส่วนตัวคิดว่า เรื่องของแอ็คชั่น คิวบู๊ทำได้ดีนะ สนุกมากๆเลยล่ะ
แต่ไม่ค่อยมีฉากเลิฟซีนให้เห็นสักเท่าไรเลย น่าจะมีฉากเลิฟซีนให้เห็นมากกว่านี้อีกหน่อยก็จะดีเลิศเลย
ส่วนทางด้านภาพและเสียงยังคงความสวยงามไม่เปลี่ยนตามสไตล์ของหนังจีนนั่นแหละ
สรุปคือช่วงแรกๆของหนังก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการปูพื้นจากภาคแรกมากกว่าแต่ยังไงก็ดูได้ไปเรื่อยๆนะ
ไม่ได้น่าเกลียดอะไร จะมาเริ่มรู้สึกสนุกตอนกลางๆเรื่องนี่แหละ แล้วก็ต้องบอกว่าทั้งนางเอก
นางรองสวยมากจริงๆใครชอบสาวจีนสวยๆก็คงจะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก
และยิ่งผู้ใดชอบหนังบู๊ดูสนุกไม่ต้องคิดเยอะ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่คุณควรจะดูเลยล่ะ
เนื่องจาก ไม่ค่อยมีฉากอะไรที่เป็นจุดเด่นนอกจากฉากนี้ ส่วนใครที่หวังดูเลิฟซีนอะไร ก็อาจจะผิดหวังหน่อย
เพราะเรื่องไม่ได้เน้นอะไรพวกนี้เลย แต่ไม่เป็นไรมีภาพสวยๆฉากเด็ดให้มองก็พอทำใจนะ
จีนชอบทำหนังพวกนี้ย้อนยุคมาฆ่า หรือไม่ก็ตามหาความรัก แก้ไขอดีตทำนองนั้นแหละ
พี่ไทยเราก็มีนะ แต่ว่าโดยมากทำเป็นละครโทรทัศน์มากยิ่งกว่า
แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราเป็นสาวกนะอะไรๆก็รอดูได้ทั้งหมดล่ะ…

ภาพยนต์

รีวิว โฮมสเตย์ – Homestay

ภาพยนตร์ไทยที่มีคุณภาพอีกหนึ่งเรื่องเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง CG ที่เนียนมาก
การเดินเรื่องที่แปลกใหม่
ทั้งยังผู้แสดงที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจมส์ และก็พี่สู่ขวัญ ที่แสดงออกได้ดีมาก จริงๆ
เป็นสองคนที่แบกหนังเรื่องนี้ไว้เลย ถ้าเกิดไม่ได้สองคนนี้บอกเลยว่าเละแน่นอน
เรื่องราวเกี่ยวกับ วิญญาณที่ได้รับรางวัลให้มาอยู่ในร่างของคนที่ชื่อ “มิน” ที่ฆ่าตัวตาย
เรียกร่างนี้ว่า Homestay แต่มีสิ่งแลกเปลี่ยนคือต้องหาว่าใครที่ทำให้มินฆ่าตัวตายในเวลา 100 วัน
เรื่องราวนี้อิงจากต้นฉบับจากหนังสือเรื่อง Colorful เขียนโดย Mori Eto
โดยในหนังสือก็ใช้ชื่อร่างมนุษย์ว่า Homestay เช่นเดียวกัน แต่เรื่องราวมีความแตกต่างตามบริบทครับ
ด้านการเดินเรื่องและก็บทหนัง ก็ลื่นไหล ดูสนุกสนาน ลุ้นจนจบเรื่อง แต่หากถามตัวผม
ผมมีความรู้สึกว่ามันไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร พวกเราเดาเนื้อเรื่องได้ง่ายเกินไปนิด
ยิ่งถ้าดูตัวอย่างหนังมาก่อนก็แทบเดาเรื่องได้หมดเลย พอดูจบก็จบกัน ไม่ได้มีความรู้สึกต้องการจะดูซ้ำ (ความรู้สึกส่วนตัวนะครับ)
ทางด้านนักแสดง อย่างที่กล่าวข้างต้น เจมส์(แสดงเป็น มิน)เล่นดีมาก แสดงความรู้สึกได้หลากหลาย
รวมทั้งทำให้พวกเราเชื่อว่านักแสดง มิน มันมีอารมณ์นั้นเกิดขึ้นจริงๆส่วนอีกคนที่ต้องชื่นชมก็คือสู่ขวัญ
ไม่อยากเชื่อ ว่าจะแสดงเก่งมาก บทเศร้าคือเศร้ามาก บทน่ารักครอบครัวก็น่ารักไปเลย
ทั้งคู่คนถือว่าเป็นนักแสดงสำคัญที่ทำให้หนังมันดูดีขึ้นมามาก อีกคนนึ่งที่จะเอ่ยถึงคือเฌอปราง จริงๆ
เป็นตัวละครที่บทเยอะเกินไป กล่าวบ่อยพอสมควรจนมันล้น
ประกอบกับแสดงหนังเรื่องแรกด้วยรึป่าว ก็เลยแอบรู้สึกว่าเกร็งๆไม่ธรรมชาติ จริงๆ
ไม่ทราบว่าหนังต้องการให้โอตะหรือแฟนคลับเข้ามาดูรึป่าว แต่หากขายแบบนี้บ่อยๆผมว่าไม่โอเคนะ
สุดท้ายที่จะต้องชื่นชมคือ CG มันดีงามมากเลย สวยมาก
แต่ต้องเข้าให้ทันหนังเริ่มเพราะมันมาตั้งแต่ต้นๆเรื่องเลย อันนี้ชื่นชมมาก GDH พัฒนาด้านนี้มาได้ไกลจริงๆ
สรุป เป็นหนังที่ดูสนุกคุ้มเงินที่เสียไปครับ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่ๆ…

ภาพยนต์

รีวิวหนัง McQueen

McQueen คือ ราชินีแห่งวงการแฟชั่น
ในวงการแฟชั่นนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ Alexander McQueen
ผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่น จนได้รับฉายาว่า “กบฏแห่งวงการแฟชั่น”
แล้วก็สร้างชื่อของตนด้วยสองมือ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
ในวันที 11 ก.พ. 2010 McQueen ได้ฆ่าตัวตาย
และตายจากโลกไปด้วยวัยเพียงแค่ 40 เพียงแค่นั้น
รวมทั้งมีการตั้งข้อซักถามเกี่ยวกับการเสียชีวิตในคราวนี้
หนังสารคดีของ McQueen นั้น
ทำให้พวกเราเหมือนเรานั่งอยู่กลางใจผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่สร้างชื่อด้วยสองมือของตนเอง
ซึ่งเขาเองก็มีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลงเหมือนคนทั่วไป
แต่ว่าบางครั้งเขาอาจจะแบกรับอารมณ์ความรู้สึกมากยิ่งกว่าคนอื่น
ซึ่งเรืองราวของอารมณ์นี้จะอยู่ในคอนเล็คชั่นของเขาด้วย
หนัง McQueen จะถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่เด็กจนเสียชีวิต
การดำเนินเรื่องนั้นเล่าได้แบบรวดเร็ว ถึงคนดูจะไม่รู้จัก McQueen ก็สามารถเข้าใจได้ง่าย
โดยหนังนี้จะถ่ายทอดหลายแง่มุมของชีวิตและคนรอบกายเขา
แล้วก็ทำให้เห็นว่าชีวิตของคนเรานั้นทั้งความสวยงามและเจ็บปวด
และหนังเรื่องนี้ได้พาเราเข้าไปในชีวิตของ McQueen และหนังเองก็ทวีความพีคขึ้นเรื่อยๆ
สารคดีเรื่องนี้สามารถถ่ายทอดทุกแง่มุมในชีวิตของ McQueen
อย่างรอบด้านเลย ดูๆไปแล้วเหมือนกำลังดูละครที่แต่งขึ้นมา
แต่อันที่จริงมันคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงต่างหาก
แล้วก็สำหรับผู้ที่ไม่ได้สัมผัสกับวงการแฟชั่นและไม่ได้รู้จักชื่อของ McQueen มาก่อน
ก็สามารถศึกษาในหนังสารคดีได้ทั้งหมด
หนังเรื่องนี้ทำให้พวกเรามองเห็นการจัดแฟชั่นโชว์ที่มาจากอารมณ์ความรู้สึกภายในของเขา
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกนางแบบหรือการจัดโชว์
ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของเขา คือ “ทุกครั้งที่ผมจัดแฟชั่นโชว์
ผมอยากให้ผู้ชมรู้สึกอะไรบางอย่าง” รวมทั้งเขาก็ทำได้จริงๆ
หนังเรื่องนี้ให้แง่คิดว่า ถึงแม้คุณจะมีเงินทอง ชื่อเสียงแค่ไหน
แต่ว่านั่นอาจไม่ใช่ความสำราญที่แท้จริงก็ได้ แล้วก็แม้กระทั่ง McQueen ดีไซน์เสื้อผ้าได้
แต่เขาไม่อาจจะออกแบบชีวิตตนเองขึ้นมาได้
ฉะนั้นการใช้ชีวิตแบบมีสติไม่ประมาท ก็เลยเป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุด…