ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1964 : บุษบาริมทาง

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1964
อีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น บุษบาริมทาง
หรือ My Fair Lady
ภาพยนตร์เพลงที่ถ่ายทำด้วยระบบซูเปอร์พานาวิชั่น 70 มม.
พร้อมได้ผู้กำกับมือทองอย่าง จอร์จ คูเกอร์ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
บุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady สร้างจาก
ละครเพลงบรอดเวย์ ของ Lerner & Loewe
ที่โด่งดังในชื่อเดียวกัน
ซึ่งดัดแปลงจากบทละครชวนหัวเสียดสีสังคมชนชั้นอย่าง
Pygmalion ของ จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์
โดยตัวภาพยนตร์ บุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady
จะกล่าวถึงบุษบาริมทางนางหนึ่งนาม เอไลซ่า ดูลิทเติ้ล
เป็นสาวค็อกนีย์ชนชั้นล่างของอังกฤษ ที่เร่ขายดอกไม้
เนื้อตัวมอมแมม ออกแนวเปิ่นๆ โกะๆ
ชอบตะโกนขายของเสียงดังไปทั่วตลาด
กระทั่งวันหนึ่งชะตากรรมพลิกผัน เมื่อได้พบ เฮนรี่ ดิกกิ้นส์
ผู้เชี่ยวชาญภาษาศาสตร์
ที่ได้พนันกับเพื่อนนายพลไว้ว่าจะขัดเกลานางค็อกนีย์ให้เป็นเลดี้ผู้
สูงศักดิ์ให้ได้ เอไลซ่า ผู้ทุกข์ทนรนร้อนกับชีวิตข้างถนนมานาน
ก็ยอมเอาตัวเข้าเป็นเบี้ยพนัน หวังได้ใช้ชีวิตสุขสบายกับเขาบ้าง
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ กระทั่ง เอไลซ่า
ไปปรากฏตัวเป็นดาวเด่นกลางงานเริงรำ
กลายเป็นแน่งน้อยพริ้มเพราถูกพระทัยองค์ราชินี
เป็นที่สนอกสนใจของมหาชนทั่วทั้งงานอย่างล้นหลาม ทำให้
เฮนรี่ ปลื้มปริ่มกับผลงานของตัวเอง
จนมองข้ามบางอย่างที่สำคัญไป
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาจะเห็นว่าเนื้อหาของภาพยนตร์ไม่ได้ซับซ้
อนอะไร และเชื่อว่าทุกคนสามารถเดาตอนจบของ My Fair Lady
ได้ไม่ยาก

แต่ความสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่อรรถรสในการรับชมที่ดูเ
พลิดเพลินสนุกสนานมากกว่า
เพราะอย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่า บุษบาริมทาง หรือ My
Fair Lady เป็นภาพยนตร์เพลง
มันจึงเหมือนคุณกำลังชมละครเวทีภาคจอเงินอยู่
ตัวละครทุกคนจะออกมาร้องเพลงประสานเสียงและเต้นกันเป็นช่วง
ๆ อันเปรียบเสมือนสวรรค์สำหรับคนที่พิสมัยละครเวที
นอกจากนี้ภาพยนตร์อย่าง บุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady
ยังเสียดสีสังคมอังกฤษที่แบ่งชนชั้นในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะการวางให้พระเอกอย่าง เฮนรี่
เป็นผู้มีความรู้กว้างขวางในเรื่องของความแตกต่างของสำเนียงกา
รพูด
นั่นก็เพราะในสมัยนั้นสำเนียงการพูด
อาจใช้ระบุได้ถึงสถานที่เกิด ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน หรือการศึกษาได้
ขณะที่นางเอกเป็นแม่ค้าขายดอกไม้
ที่มีสำเนียงภาษาแบบชาวตลาด
การเปรียบเทียบจึงเกิดขึ้นทันทีที่ทั้งคู่รู้สึกรักกัน
สุดท้าย บุษบาริมทาง หรือ My Fair Lady
ก็กลายเผ็นภาพยนตร์เพลงอีกเรื่องที่ได้รับการยกขึ้นหิ้ง
โดยหนังใช้ทุนสร้างมากถึง 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควร
แต่ท้ายที่สุดก็ทำเงินเข้าเป้าที่จำนวน 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *